เปิดตำนานร็อคมือขวา ค้นหาความสุขในชีวิต...อำพล ลำพูน
fox : แล้วสมาชิกในวงคุยกันไว้ว่าอย่างไรพอเห็นตรงนี้ที่กลับมาเล่นที่ อิมแพ็ค เหมือนคนยังคิดถึงเราอยู่ ?
คือเราดีใจนะ เราดีใจมากเรยเพราะตอนแรก อย่างที่บอกตั้งแต่ต้น ว่าเรากะว่าเป็นงานเพื่อปิดวงไมโครลง พอมันเป็นอีกเรื่องทุกคนก้อ
พูดกันเป็นเสียงเดียวว่า เฮ้ย...มันดีขนาดนี้ จะเลิกทำไมวะ คนเค้ายังอยากดูอยู่เราก้อเลยคิดว่า เอาดิ...มาลองกันอีกซักพักนึง
เราก้อดูจากกระแสของคนนะ ไม่ใช่ดันทุรัง กระแสของคนหมายถึงกระแสของคนที่จะเข้ามาว่าจ้างให้เราไปเล่นมันเยอะมาก เราก็เลยเอาดิ
ลองทำกันเนี่ยก้อยาวมาปีนึงแล้ว โดยที่เราไม่ได้มีแผ่นใหม่เลยไม่ได้มีอัลบั้มใหม่เลยเป็นเพลงเก่าทั้งหมด มันก้อเลยคิดว่า โอ้โห
เหมือนวงออกเทปใหม่เลยตั้งแต่มกรายันธันวาเนี่ยไม่ได้หยุดเลยก็เล่นกันมาตลอด.
fox : ต่อสัปดาห์หนึ่งเนี่ย โชว์ถี่ขนาดไหน ?
อย่างน้อยในสัปดาห์หนึ่งเนี่ยต้องมี 3 โชว์ คือถือว่ามากแล้วคอนเสิร์ตเล่นวันต่อวันเนี่ยไม่ได้แน่ บางทีอย่างต่างจังหวัดเนี่ย คือเยอะมากนะ
แต่ว่าก้อไปไม่ได้ทุกที่ อย่างบางทีเราต้องเล่นอยู่ในกรุงเทพฯ วันที่ 1 วันที่ 2 ภูเก็ตอยากให้ไปเล่นเนี่ยก้อไปไปไม่ได้แล้ว
ก็ต้องเลื่อน บางที่เขารอได้หรือบางที่เขารอไม่ได้ก้อต้องว่าตามสถานการณ์กันไป บางที่เขาเป็นงานประจำปี
ให้เล่นวันนี้อยากได้เราแต่เราไปไม่ได้ก้อมี มันแล้วแต่งานแต่ถ้าอย่างในกรุงเทพเล่นติดๆกันก้อมี.
fox : มีมั้ยเล่นคืนนึงแล้วต้องไปต่ออีกที่นึง ?
ไม่มี ไม่มีแบบนั้น เพราะว่าที่นึงก้อแค่คืนเดียว คืนเดียวก้อที่เดียวเท่านั้น มันเป็นเรื่องของวงใหญ่ เซ็ตเครื่องแล้วทุกที่ที่ไปเล่นเนี่ย
ไม่ใช่ไปถึงปุ๊บแล้วเล่นเลย เหมือนเราจะเล่นที่โคราช ตอน 5 ทุ่ม 4 โมงเย็นต้องไปทำงานแล้ว ก้อต้องไปเซ็ตติ้งซาวน์ ไปซาวน์เช็ค
ไปอะไรแล้วค่อยกลับมาเล่นอีกทีตอน 5 ทุ่มเป็นอย่างนี้ตลอด คือไมโครจะเป็นอย่างนี้ทุกๆโชว์.
fox : ไม่เน้นว่าเอาปริมาณ ไปแต่ละที่เน้นคุณภาพ ?
ใช่ ทำให้ดี เล่นให้มีความสุข ให้สนุก ให้ซาวน์ดี ให้ดีที่สุดเท่าที่จะทำได้ คือเป้าหมายหลักอย่างที่บอก
ถ้าเกิดว่าเป็นเรื่องหารายได้พี่ คิดว่าทางอี่นที่พี่ไปทำเนี่ยรายได้จะเยอะกว่า.
fox : อันนี้คือ Happy ที่จะทำมากกว่า ?
มาก...คือเรารู้สึกดี คือเราได้เล่น เป็นตัวเราเลยไมโคร เราไม่ต้องไปสวมบทบาท.
fox : ต่างคนต่างมีงานแล้วเวลามารวมตัวกันมีแผนกันยังไง เราจะรับงานนี้หรือเราไม่รับงานนี้มีการประชุมกันยังไง?
ตั้งแต่ปีที่แล้วพอตกลงว่าไมโครจะร่วมงานกัน พี่ก้องดรับงานแสดงงดเลยก้อปฏิเสธหนังกับละครรวมแล้ว 4 เรื่อง
ซึ่งเป็นรายได้มหาศาลอยู่นะ ก้อคือหายไปเลยส่วนหนี่ง แต่เรารู้ว่าการที่ไมโคร 6 คนไม่ได้เล่นกันมานานขนาด 6-7 ปี
ถ้าไม่ใช้เวลาทุ่มเทในการซ้อมจริงๆ ไม่มีวันที่คุณจะเล่นให้ปึ๊กได้หรอก เพราะฉะนั้นคุณต้องทุ่มกะมันจริงๆ ซ้อมกันอย่างเดียวเนี่ย 10 เดือนกว่า
เติมน้ำมันเอง กินข้าวกันเอง ไม่มีรายได้ เพราะนี่คือการซ้อมจะเอารายได้มาจากไหน ซึ่งใน 10 เดือนถ้าไม่ซ้อมเราก็คงอยู่ระยอง อยู่ในไร่
ออกมาซ้็อมก็ใช้ชีวิตปกติ แต่อยู่ในเมืองเนี่ย ซ้อมมา 10 กว่าเดือนเนี่ย ซ้อมจนเพื่อนบ่น "เฮ้ย มึงจซ้อมไปไหนวะ" ซ้อมนานเหลือเกิน
ซ้อมไปทำอะไร พอเข้าเดือนที่ 11 เราก้อเลยลองของ รับงานแรกก้อไปเปิดงาน แรกกันที่พัทยา ก็ผิดคาด กระแสตอบรับแบบดีมาก
คือคงเป็นเพราะว่าพวกเราหายไปนาน แฟนเก่าก้ออยากดู แต่ก้อได้เจออะไรบางอย่าง แค่ครึ่งชั่วโมงนะ
โอ้โห...หมดแรงแบบเอาไม่อยู่ เพราะมันล้าไปนานมาก ก้อเรยต้องมาตั้งขบวนใหม่อีกว่า "เฮ้ย... แค่ซ้อมอย่างเดียวไม่พอนะต้องฟิตตัวเองด้วย เหมือน
เล่นกีฬาเลย look like เลย น้ำหนักซูบๆ นอนวันละ 7 ชั่วโมงคือทำไม่ได้แล้ว ต้องออกกำลังกายนอนให้ได้วันละ 10 ชั่วโมง อย่างต่ำก้อ 8 ชั่วโมง.
fox : เปลี่ยนนาฬิกาชีวิตใหม่เรย ?
ต้องทำนะ คือ สิ่งที่เราคาดหวังที่สุด คือให้คนดูไม่ผิดหวัง เนี่องจากไม่ได้เล่นกันมานานแล้ว โอ้โหคนดูเขาชอบมาก ไมโครเล่นมันส์มาก.
fox : เหมือนทุกคนเขารอดูอยู่ ?
ใช่ ในเมื่อเขารอกันขนาดนี้ต้องให้เขาผิดหวังไม่ได้ ต้องฟิตต้องซ้อม
fox : แล้วที่บอกว่าที่พัทยาเป็นงานลองของ ขึ้นไปเห็นคนขนาดนั้นพี่รู้สึกยังไง วูบแรกที่เห็นน่ะ ?
ตื่นเต้น กลัวจะทำไม่ดี กลัวจะเอาไม่อยู่ กลัวจะร้องไม่ผ่าน กลัวจะหมดแรง ก็คือกลัวเหมือนกับออกเทปใหม่ๆเลย
ถึงวันนี้ก้อยังเป็นอยู่นะ ถึงจะเป็นงานเล็กๆ ในผับ หรือว่าเป็นงานใหญ่ๆ กลางแจ้งสนามกีฬา 700 ปี ก็ความรู้สึกเดียวกันคือ
เราคนทำงานเรากลัวมันจะไม่ดี กลัวจะเพี้ยนบ้าง กลัวจะลืมเนี้อบ้าง เพราะมันก้อไม่ใช่น้อยๆนะ ไม่ได้เล่นด้วยกันมา 7 ปีเนี่ยนานมากๆ
fox : แล้วช่วงก่อนหน้าที่จะมารวมกัน ได้ข่าวว่าอยู่ที่ระยองตอนนั้นพี่กะว่าจะวางชีวิตยังไง จะทำสวนเลยเหรอ?
คือมันไม่มีอะไรทำ ค้นหาตัวเองอยู่ หนังก็ไม่ได้รับคิดว่าจะทำอะไรดี.
fox : ตอนนั้นความรู้สึกมันเป็นยังไง?
คุณพ่อเสียไปช่วงนั้นด้วย มันก้อเหมือนบ้านขาดหลักไป เราเป็นลูกชายคนเดียวอะ เราก้อกลับไปดูว่าเขาเป็นยังไง
เราได้เห็นว่าพวกเขาลำบากกัน ผู้หญิงทั้งนั้น มีพี่สาวมีแม่มีคนงาน คนงานก้ออายุมาก เป็นผู้หญิงอะไรอย่างงี้ ตกลงคือไม่มีใครที่เป็นแมนตัดสินได้ หรือถ้ามีอะไรที่มันไม่ชอบมาพากล เราก้อต้องเสนอตัวมาดูแล คือเราเป็นผู้ขายคนเดียวในบ้าน เราก็ต้องทำ ไม่ได้เป็นคนขยันอะไรมาก
เพียงแต่มันไม่มีคนทำก้อต้องทำไป ต้องช่วยกันเท่าที่จะช่วยได้ ทำๆ ไปก้อสนุกดี มันไม่เร่งรีบมากงานสวนน่ะ.
fox : แม่พี่หนุ่ยก้อคงแฮปปี้ เหมือนกับเป็นการกลับเข้ามาใกล้ชิดกันอีกอย่างนั้นหรือเปล่า ?
เขาคงแฮปปี้มั้ง เพราะว่าคุณพ่อเสียเขาก็เศร้า ตื่นมาเจอเรา เรายังอยู่ตลอด อะไรที่เป็นเรื่องผู้ชายต้องทำ ซ่อมอะไรซักอย่าง
เขาต้องไปในเมืองเพื่อต้องซื้อยาหรือซื้ออะไรเขาก้อมีเรา เป็นสารถีขับรถให้ เขาก้ออบอุ่นใจมากขี้น ลูกชายของเขายังอยู่
อยู่ใกล้ๆตัวเขาตลอด สมัยก่อนตอนคุณพ่อยังอยู่นะ เขาก็คู่กันตลอด ไปไหนก็ตุเลง...ตุเลง...สองตายาย พอเขาเสียไปคน ก็ขาดอะไรไปเรย
ถ้าเรายังอยู่ก็เหมือนกับ...จริงอยู่มันอาจจะทดแทนให้เหมือนกับคู่ชีวิตเขาเลยไม่ได้ แต่เขาไว้ใจได้แน่นอน เพราะว่านี่คือลูกเขา
ก็ไปช่วยอุดรอยรั่วได้หน่อย แล้วก็ช่วยเติมเต็ม ในส่วนที่เขาเหงา อาจจะเติมได้ไม่เต็ม 100 %
แต่อย่างน้อยมันก็ไม่ขาดโหวงไป 100 นึงอาจจะเหลือสัก 60 ก็ยังดีกว่าเหลือ 10 ใช่มั้ย ก็ต้องช่วยกัน.

fox : กลับมาเป็นไมโครอย่างนี้ ใครดู ?
ทุกวันนี่ก้อไปๆมาๆ พอเราว่างมากว่า 3 วันเราก็จะกลับไป มันใกล้ชั่วโมงครึ่งก้อถึงแล้ว คิดถึงแม่มากๆ ขับรถไปแป๊บเดียวก้อถึง
แล้วมันไม่ได้ไกลขนาดเชียงใหม่ มันใกล้มาก หรือบางวันคิดถึงเขา ไปเช้ากลับเย็นเราก็ทำ
Fox : มี Project อะไรนอกจากคอนเสิร์ตใหญ่ที่ผ่านมาอีกไหม ?
พวกเราไมโครทุกคน ไม่ใช่เราคนเดียวก็ได้ไปคุยกับผู้ใหญ่ไว้ ผู้ใหญ่ในมอร์มิวสิค พี่ป้อม (อัสนี โชติกุล) เขาก็คล้ายๆ กับว่าให้ความกรุณา
ว่าง่ายๆ พี่ป้อมเขาก็ว่าน่าทำอัลบั้มไมโคร ก็เลยคิดกันว่าคงต้องใช้เวลาหลังจากคอนเสิร์ตไมโคร – นูโว แล้วไปลองทำเพลงเสนอพี่เขาดูส
Fox : ยังมีสัญญากับทางแกรมมี่อยู่รึเปล่าหรือว่าหมดแล้ว ?
ไม่มีครับ ทำงานแบบผู้ใหญ่ ทำงานแบบสบายใจ แล้วเราก็คิดว่าผู้ใหญ่คงมองเห็นว่าโตกันแล้ว ไอ้เรื่องเบี้ยวคงไม่มีแล้ว
จะทำงานกันแบบผู้ใหญ่ไว้วางใจกัน เวลาทำงานก็สบายใจใช้สมาธิ ใช้พลังงานทั้งหมดที่มีไปในการสร้างงานดีกว่า
แล้วทุกคนดูเหมือนกลับมามีความสุขมาก คือผมรู้จักเพื่อน… ก่อนที่จะมาร่วมกันคราวนี้เนี่ยนานนะ หัวหน้าวง พี่ปูที่เป็นมือกลองเนี่ยไปตามเรา 4-5 รอบ
เราก็ยังเชื่อมเหล็ก ยังซ่อมเครื่องตัดหญ้าอะไรอยู่เลย
Fox : ช่วงนั้นคือพี่ไม่ได้ติดต่ออะไรกับใครเลยเหรอ ?
ไม่มีเลย จริงๆ แล้วมันก็ไม่ได้เครียดนะ แต่เหมือนเราหาอะไรไม่เจอน่ะ เราก็พยายามจะหาว่า เอ๊ะ เราควรจะทำอะไร เราชอบอะไร
คนเราจะทำงานสักชิ้นต้องมีแรงกระตุ้น หูย…อยากทำไอ้นี่มากเลย อยากเป็นอย่างนั้น
มันก็ถึงจะทำได้ใช่มั้ย ไม่ใช่ไปตามกระแสเรื่อยๆ ถ้าตามกระแสไปเรื่อยๆ เนี่ยก็ต้องเห็นหนุ่ยในจอแล้วล่ะ
ไม่อยากทำ ก็ยังจะไม่ทำ พออยากทำก็รีบทำจนเพื่อนบ่น แบบพักๆ บ้างหนุ่ย
Fox : ตอนนี้คุยกับพี่ป้อมไปถึงไหนแล้ว ?
พูดถึงตรงนี้แล้วก็ต้องขอโทษพี่ป้อมมากเลย เพราะว่าบริษัทที่ทำงานเป็นรูปแบบเขาจะต้องมี Year Plan อะไรอยู่ตรงไหน เดือนไหนอะไรเป็นอะไร
ก็ตกลงกับพี่ป้อมมา เลื่อนไป 2 ครั้งแล้ว เพราะเนื่องจากว่าเป็นเรื่องของการคิดมากเป็นเรื่องของการตั้งใจ คือมันก็ดีที่แบบว่ากระแสกำลังมาๆ
แล้วออกเทปเลย มันเป็นเรื่องดีแน่นอน แต่เผอิญโจทย์มันเยอะไปหน่อย อยากให้งานมันดีจริงๆ แล้วค่อยเอาไปให้เขาฟังกัน
พองานมันยังไม่ดีจริงมันก็เลย…คืองานเพลงมันไม่เหมือนกับงานสร้างประตูบ้านสักอันนึงมันสามารถเซ็ตติ้งได้ว่าใช้วัสดุเท่านี้
ใช้เวลาในการเชื่อมเท่านี้ก็เสร็จมันไม่เหมือนกัน การทำเพลงหรือการทำงานดนตรี
พี่ว่ามันต้องเกี่ยวกับเรื่องอารมณ์ด้วย เรื่องบรรยากาศมันเกี่ยวข้องกัน
มันเลยกลายเป็นว่าไอ้ที่ตกลงกับพี่ป้อมไว้เนี่ยมันก็ค่อนข้างช้า แต่ก็ยังตั้งใจทำงานเหมือนเดิม
Fox : ตอนนี้ก็ยังไม่รู้ว่าจุดสตาร์ทมันจะอยู่ตรงไหน กว่างานจะสมบูรณ์แบบ ?
คือคิดแบบชีวิตจริงน่ะ ถ้างานไม่ดีก็ยังไม่ออกไป งานดีเมื่อไหร่ได้ยินแน่ มันอาจจะเร็วกว่าที่คิดหรือช้ากว่าที่คิดมันก็เป็นชีวิตจริงน่ะ
ถ้างานมันสำเร็จลุล่วงไปด้วยดีแล้วมันฟังดี
เราก็ยิ่งอยากให้คนฟังเร็วๆ ใหญ่เลย แต่ถ้างานไม่ดีเราก็เกร็งตาย เฮ้ย…ไมาเอายังไม่ดีอย่าเพิ่งเล่นให้เขาได้ยิน
ก็เป็นสูตรชีวิตจริงน่ะ ไม่รู้จะบอกว่าไง แล้วนี่ไม่ใช่ครั้งแรก การทำงานในวันพรุ่งนี้ไง โอ้โห…มีแฟนทั่วประเทศเลย ไมโครมีแฟนหลายรุ่นเลยล่ะ
Fox : แล้วแฟนคลับของพี่เป็นไง คือเห็นบางคนยังตามอยู่ ?
ก็คนหน้าเดิมๆ เขาก็ยังชื่นชอบไมโคร เขาก็ยังมากันอยู่ บางทีก็แซวกันนะ
ไม่เบื่อเหรอไงน้อง มาตามไมโครกัน เขาบอกเขาไม่เบื่อ เขาบอกตอนที่เขาเป็นนักเรียน เขาตามไม่ได้แบบนี้ แม่ไม่ให้ตาม
ตอนนี้หนูทำงานแล้ว หนูปกครองตัวเองหนูทำสิ่งที่หนูชอบ หนูจะไปดูวงที่หนูชอบ หนูไม่ดูวงที่หนูไม่ชอบ ก็ไปว่าอะไรเขาได้ล่ะ
Fox : ยังมีที่แฟนคลับตามไปทุกที่อยู่ไหม?
จะมีตัวยืนอยู่ประมาณ 30 คน เป็นกลุ่มเล็ก คือกลุ่มนี้จะไปแม้ว่าไปเชียงใหม่ก็จะบินตามไป คือไปภูเก็ตเขาก็จะนั่งไป
แต่ไม่ได้ไป 30 คนทุกครั้ง แบบเฉลี่ยแล้ว 30 คนนี้จะต้องมา ไกลที่ไหนก็จะไป หรือแม้แต่บางทีมันไม่ใช่คอนเสิร์ต
แค่ไปอัดรายการทีวีก็จะตามไป แค่เอาขนมมาฝากเขาก็รู้สึกดีใจ แถมพาลูกมาเป็นแฟนคลับต่อเลยก็ดีเหมือนกัน
คนเขารักเราน่ะ เราเข้าใจ…ถึงเราจะเหนื่อยยังไง แต่แฟนคลับก็คอยดูแลกัน ถึงเราจะเหนื่อย
เราก็ต้องเทคแคร์ความรู้สึกกัน ว่าเป็นไง มากันยังไง กลับยังไง เป็นไปได้ก็ทานข้าวกัน พี่มีมีตติ้งเหมือนกันนะ คืนกำไรลูกค้า
แต่กับสิ่งที่เขาสนับสนุนเรามาตั้งแต่ต้นมันเทียบกันไม่ได้ มันเป็นเรื่องน้ำใจมากกว่า
Fox : เห็นมีที่เป็นเว็บไซต์ หนุ่ย อำพล แฟนคลับเขาทำกันเลยรึเปล่า ?
เขาทำกันเอง เขาสร้างเว็บของเขาเอง บางทีพี่ก็เข้าไปดูด้วย…ตอบๆ บางทีเขายิงคำถามมาเป็นร้อยๆ
แล้วไม่มีคำตอบจากหนุ่ยมันก็ดูแห้งแล้งเนอะ ก็เลือกเอาเรื่องที่มันน่าสนใจแล้ว
ก็ตอบรวมไปเลยละกันนะน้องเอ้ย! ส่วนชื่อพี่ก็จำไม่ได้ทุกคนหรอก
Fox : พี่คิดไหมว่า เพราะอะไรแฟนเพลงถึงพูดว่าไมโครกลายเป็นตำนาน ?
เป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเพราะสภาพแวดล้อม เพราะยุคก่อนมันไม่มีวงดนตรีมากขนาดนี้
การทำธุรกิจการค้าเพลงเนี่ย มันไม่ได้เบิกบานเหมือนในยุคนี้ สมัยก่อนเนี่ยจะทำออกมาสักชิ้นสักอัน
สักอัลบั้มนึงเนี่ย เราจะพิถีพิถันกัน มันเป็นเรื่องของสถานการณ์ที่ประกอบกัน
เผอิญพี่ก็เป็นนักแสดงด้วย แล้วคนก็เลยเห็นชัดขึ้นหน่อย ในการที่พี่มาเป็นนักร้องวงไมโครแล้วอีกอย่างพี่ก็มันร่วมรุ่นไง
คนที่มาพูดว่าเป็นตำนานในสมัยนี้ก็คือคน ณ วันนั้น ก็คือเป็นแฟนเพลงไง วันนี้เขาก็โตเกินกว่าเขาจะมา
ตามคอนเสิร์ตแล้วล่ะ แต่ว่าเขาก็คงเป็นคนที่มีศักยภาพการซื้อในวันนี้ไง ก็เลยถูกกำหนดว่าเป็นตำนานมือขวานะ เป็นอะไรอย่างนี้นะ
พี่ว่ามันเป็นเรื่องของสภาพแวดล้อมที่กำหนดขึ้นแล้วพวกเราก็เล่นดนตรีจริง มันประกอบกันหมด
เราก็เล่นจรงิจังเล่นทุ่มเท ไม่มีคอนเสิร์ตก็ซ้อมตลอดเวลา
Fox : ที่พูดกันว่ามีตัวจริงไม่จริง พี่ว่ามันต้องมีองค์ประกอบอะไร คุณสมบัติอะไรถึงจะเป็นตัวจริงได้ ?
พี่คิดว่าธุรกิจมันขยายตลาดใหญ่มาก ก็เลยต้องผลิตเยอะๆ เอามาแย่งตลาดกัน
พอมาแย่งตลาดกันมันก็ต้องมีชุดใดชุดหนึ่งที่ขายไม่ดีแน่นอน และย่อมมีชุดใดชุดหนึ่งที่ขายดีแน่นอน
เราจะเอายอดขายมาวัดความเป็นตัวจริงตัวปลอมไม่ได้ เพราะว่ามันเป็นกลไกของการตลาด เราคิดว่ามันมาจากข้างในมากกว่า บริสุทธิ์ใจที่จะร้องมันไหม
ถ้าคนทำด้วยความบริสุทธิ์ใจ เมื่อออกมาแล้วคนจับต้องได้ เหมือนแบบไปเล่นแล้วมันส์จังเลย
เล่นเพลงแล้วเพราะจังเลย เพราะมากเลย พี่คิดว่ามันมาจากข้างใน ความตั้งใจในการทำ
ถ้าบริสุทธิ์ใจจริงกับงานที่ทำ พี่ก็คิดว่ามันออกมา โอเคอ่ะ
Fox : เท่าที่ติดตามวงร็อกรุ่นใหม่ๆ ฟังแล้ว พี่คิดว่าวงร็อกวงไหนตอนนี้ที่น่าสนใจ น่าจับตามอง ?
ก็มีน่าสนใจหลายวงนะ อย่างเช่น วงแคลช พี่คิดว่าวงแคลชเป็นวงที่มีแนว เล่นมีแนว ร้องมีแนว ตรงนี้ชอบเค้ามาก
หรืออย่างวงซีล ก็ชอบ พี่ว่าสมัยใหม่ดี ถึงอิเล็กทรอนิคมันจะไม่ใช่เรื่องใหม่สำหรับดนตรี
แต่พี่ว่าเค้ามีแนวทางที่ชัดเจน เป็นแนวอิเล็กทรอนิคส์ร็อก กล้าที่จะยืนยันตัวเองออกมา นี่ก็เป็นแบบอย่างที่ดีในความบริสุทธิ์ใจในงานที่ทำ
มีอีกหลายวงนะ ไม่ใช่แค่ 2 วงนี้เท่านั้น หรืออย่างวง..บิ๊กแอส นี่ก็คือว่าเป็นนักดนตรีจริงๆ
คือพี่ว่าเนื้อหาของเค้าก็ไม่ได้สละสลวยไปทั้งหมดนะ แต่มีความรู้สึกว่าจับต้องได้ โอ้โห…ตรงใจน่าดูเลย
จรงิใจกับมันจังเลย มันก็เลยออกมาทางเสียงทางทำนอง นี่คือตัวอย่าง แต่ยังมีอีกหลายวงในเมืองไทยที่เก่งมาก 3 วงนี้ที่พี่รู้สึกว่าชัดเจนดี

Fox : ติดตามแนวเพลงอื่นๆ ที่ออกมาบ้างไหม ?
ฟังครับ ทั้งไทยทั้งเทศ ฟังหมดอ่ะ จำได้บ้างไม่ได้บ้าง คือเราเป็นคนร้องเพลงเราก็ต้องฟัง
ฟังทุกๆ แนว ลูกทุ่งก็เปิดฟังผ่านๆ บางเพลงเพราะเราก็ฟัง เราไมได้จำกัดตัวเองว่าต้องฟังแต่เพลงร็อกอย่างเดียวเท่านั้น
นั่งอยู่บ้าน ก็เปิดฟัง เป็นเพลงฟังง่ายๆ ฟังได้เรื่อยๆ ไม่สะดุด ก็ตัดต้นไม้ไป ทำอะไรไป
ไม่ได้ไปจำกัดตัวเองอยู่ในกรอบหนึ่ง อาจจะเป็นเพราะเราโตแล้ว เราเข้าใจว่าดนตรีมันก็ต่างแนวต่างสไตล์กันไป
ต่างมีความรักความชอบมาในแต่ละแนวแตกต่างกันไป ไม่มีใครเป็นตัวจริงตัวไม่จริงนะ
ในความคิดของพี่ ตัวจริงตัวไม่จริง อยู่ที่ว่าจริงจังกับมันแค่ไหนต่างหาก
Fox : อย่างแนวอินดี้ พี่คิดว่าไงกับดนตรีแนวนี้ ?
พี่ว่ามันเป็นเรื่องแฟชั่น เมื่อทุกคนโตขึ้นเขาจะเลือกเอง อย่างพี่ไปงาน A day ที่เปิดให้อินดี้ขึ้นมาแสดง
พี่ตื่นตาตื่นใจมากเลยนะ ชอบหลายวงในนั้นมาก มีอยู่วงมาจากลาดกระบังเล่นไม่ร็อกมากแต่มีสไตล์ของตัวเอง
มีคำร้องในสไตล์ของตัวเอง กระแสในตอนนี้ไม่ต้องการอะไรที่มาจากค่ายใหญ่
แต่ตอนนี้ตลาดต้องการอะไรที่ใหม่ แปลก สด เมื่อเวลาผ่านไปเทรนด์ก็จะเปลี่ยนไปเรื่อย ถึงบอกว่ามันเป็นเรื่องของแฟชั่น
Fox : ในสมัยวัยรุ่นพี่มีวงอะไรเป็นขวัญใจ แบบที่ติดตามผลงานตลอดน่ะ?
ก็เปลี่ยนแปลงไปบ้างแต่ที่ยังไม่เคยเปลี่ยนเลยก็คือ Dep lepperd พี่ชอบมาก ตอนนี้เปิดอยู่ก็ยังฟังได้ทั้งอัลบั้ม
ทุกชุดทุกอัลบั้มทุกเพลงเค้าทำได้ถูกใจจังเลย
ดูหนังของเค้าภาคพื้นยุโรปนี่มีการทำหนังสตอรี่บอร์ดของเค้าออกมา ดูแล้วเข้าใจชีวิตเค้าลึกไปกว่าเดิม
อีกอย่างมือกลองขับรถปอร์เช่คว่ำแขนขาด ทำให้วงเกือบจะล่มไปแล้ว เค้าก็แบบ...ไม่เป็นไรออกแบบสแนที่ตีด้วยขาขึ้นมาใหม่
เพื่อให้เพื่อนกลับมาเล่นกลองได้อะไรแบบนี้ สุดยอดเลย
Fox : เดี๋ยวนี้ธุรกิจตีกรอบน้กร้องหรือนักดนตรีมากขึ้น มันต่างจากสมัยของไมโครแค่ไหน พี่รู้สึกว่ามันเปลี่ยนแปลงไปขนาดไหน ?
มันเป็นกลไกหรือกระบวนการของธรรมชาติการทำธุรกิจค้าเพลง คือ สมัยก่อนมันไม่มีตัวแข่งกัน
ทำอะไรก็ได้ที่ชัดออกมาเลย เราก็ทำกัน ขายดีก็สำเร็จ ขายไม่ดีก็ไม่ดี ก็ชัดแล้วว่าการตลาดไม่รับ ก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง
แต่ในยุคนี้มันเป็นธุรกิจค้าเพลงจริงๆ ค่ายนึงทำอย่างนี้ดีออกมา อีก 7ค่ายก็ทยอยทำกันออกมา
แน่นอนน้องมันยังคงเด็กอยู่แล้วบางคนเค้าก็มาแบบครอบครัวที่ลำบากหน่อย การที่เค้ามาเป็นนักร้องนักดนตรี แล้วเค้ามีรายได้ที่ดีขึ้น
สร้างให้ครอบครัวเค้ามีพื้นฐานที่ดี การเป็นอยู่ดีขึ้นก็ไม่แปลก
ที่เค้าจะต้องบิดตัวเองไปเป็นวินนิ่ง คือ บางทีเค้าอาจจะร็อกเลย แต่วันนี้บอยแบรนด์ ก็อาจจะต้องปรับตัวมาเป็นบอยแบรนด์เต้นไปด้วยร้องไปด้วย
เพื่อให้มันเข้ากระแสก็ได้ ก็ไม่แปลกเหตุผลของแต่ละคนก็ต่างที่มาหมด เพราะฉะนั้นยุคก่อนหน้านี้ มันย่อมมีการบีบรัดต่างกัน
ยุคนี้จะต้องทำอะไรที่มันแข่งขันกัน ก็อาจจะต้องมีกระบวนการที่ลามไปจนถึงคนที่จะเป็นคนร้องคนเล่น
ทำให้่ต้องทำอย่างนี้ศิตอนนี้ น้องต้องแนวหน่อย ไฮไลท์ออกมาอะไรอย่างนี้
Fox : ถ้าเกิดเป็นพี่ต้องผูกพันธ์ด้วยเงื่อนไขแบบนั้นจะยอมไหม เมื่อก่อนล่ะไมโครโดนตีกรอบแบบนี้หรือเปล่า ?
พี่ตอบจริงๆ เลยนะ ก็ไม่ได้เคยเป็นอย่างนั้นเลย ตั้งแต่ต้นจนถึงวันนี้พี่ๆ ที่แกรมมี่ไม่เคยมาบีบรัดอะไรเราเลย
คือปล่อยให้เราเป็นตัวของเรามาโดยตลอดเลย ถ้าถามว่าวันนี้ ถ้าหนุ่ยต้องโดนอย่างนั้นก็คงจะไม่ เพราะว่าอาุยุมากแล้ว เป็นผู้ใหญ่แล้ว
จะไปปิดแนวอะไรคงไม่ใช่ คงยืนยันในเรื่องที่ตัวเองชอบแบบเดิมทำแบบเดิมนั่นแหล่ะ
แต่ให้มันเหมาะกันยุคสมัยนะ ไม่ใช่อินเทรนด์แบบจิ๊ด แต่ต้องไม่ให้หลุดเ้อ้าท์ แบบเครื่องชามสังคโลกไม่ได้เป็นอะไรแบบนั้น
คือให้มันเป็นไปได้กับยุคสมัยแต่ก็คงไม่เปลี่ยนตัวตนไป ถ้าจะต้องถูกบีบคั้นให้ไปทำอย่างนั้นก็คงต้องบอกเค้าตรงๆ ว่าอย่าให้ทำอย่างนั้นเลย
แล้วมันจะไม่มีผลดีต่องานของคุณเลย
Fox : ขึ้นอยู่กับวัยวุฒิ ขึ้นอยู่กับประสบการณ์เพราะค่าของการต่อรองมันต่างกันด้วยหรือเปล่า ?
ใช่ มันเป็นทุกสาขางานนะ คนทำหนังสือคนหนึ่งกว่าจะมาออกหนังสืออินดี้เล่มนึง นู่นเลยมาตั้งแต่ข่าวกีฬาไปเป็นข่าวบันเทิงขึ้นเป็น บก.ข่าว
ออกมาทำหนังสือแฟชั่น ออกมาทำหนังสือดารา พี่ก็มองว่าทุกสาขาอาชีพเป็นหมดเลย คนเขียนเพลงเก่งๆ บางคนนะเค้าก็เรียนวิศวกรมาเลยนะ
ไม่เคยเขียนเลยงานวิศวกรรม แต่งเพลงอย่างเดียวแต่งดีด้วย เพราะฉะนั้นมันไม่ได้แปลว่าสิ่งที่คุณเห็นคือสิ่งที่คุณเข้าใจ
สิ่งที่คุณเข้าใจบางทีอาจไม่ใช่สิ่งที่คุณเห็น พี่ว่ามันต้องใช้ประสบการณ์ ใช้วันเวลา ผ่านแล้วผ่านอีกๆ แล้วจะเข้าใจ
พอเข้าใจปุ๊บ ทีนี้ก็จะได้อยู่แล้ว จะไม่มีเหตุการณ์เครียดรับไม่ได้ ทุบโต๊ะ จะไม่มีอีกแล้ว ถ้าคุณได้ผ่านมาจนเข้าใจมันแล้ว
เข้าใจว่าเป็นอย่างนี้ มันออกมาแบบนี้ก็เลี่ยง คมก็ขาดกัน มันมาอย่างนี้ไม่มีเหลี่ยมน้ำหนักไม่เยอะพอรับปุ๊บประคองมันได้ พี่ว่ามันอยู่ที่มุมมองนะ
Fox : บางคนที่ประสบความสำเร็จมาตั้งแต่อายุยังน้อยแล้วมันจะมีอาการหลงเตลิดเปิดเปิง
อย่างไมโครตอนที่ประสบความสำเร็จสุดๆ ทุกคนดูแลกันยังไง รับสถานการณ์อย่างนี้ยังไง ?
พี่ใช้มาตั้งแต่ต้่นเลย พี่ใช้แบบว่าเป็นคนเหมือนกัน ก็ไม่ได้คิดว่าตัวเองเป็นซุปเปอร์สตาร์
Fox : แล้วมีอาการหลงตัวเองไปบ้างมั้ย ?
ก็มีเห่อบ้าง มีหึกเหิม สมมติเราไปเล่นเวทีคอนเสิร์ตนึงที่มีหลายวงมาก แต่เมื่อวงไมโครขึ้น โอ้โห...กระหึ่ม ทั้งหมดยกมือให้เราหมด มันก็หึกเหิมบ้าง
แต่มันไม่จีรัง ไม่มีอะไรที่มันนิ่งแน่นอนอยู่กับที่ มันไม่มีอมตะ ขนาดต้นไม้สักใหญ่ยังล้มเลย
พี่ว่ามันขึ้นอยู่กับความเข้าใจ ชั่งโมงนั้นอาจจะมีหึกเหิม เรียกว่าหลงตัวเองน่ะ ก็มีบ้างล่ะ ถ้าดังอะไรอย่างนี้ แต่เมื่อวันเวลาผ่านไปก็เข้าใจมันได้
และคิดว่านั่นก็ไม่ใช่มุมมองที่ผิด เพราะไอ้ที่มา มันมาเกินที่คิดหมดเลย เราค่อยากเป็นวงดนตรีร็อกที่เล่นแล้วคนชอบ
แต่นี่มันมาเยอะกว่านั้น เยอะมากมาทั้งเงิน มาทั้งผู้หญิงมาเยอะมาก แล้วดีไม่ดีประกอบกันไป เดินมาถึงวันนี้พี่ก็อายุไม่ใช้น้อย
พี่จัดในเรื่องที่ดีๆ มาใช้ เรื่องที่มันไม่ดีที่เรามีัประสบการณ์แล้วเราจะรู้สึกไม่ดี เราก็ไม่เอามันมาใช้
เ้ราก็ปล่อยผ่านทิ้งไปคิดว่าาเป็นบทเรียน เรารู้แล้วมันผ่านมาแล้ว เราควรจะทำอะไรต่างหาก คิดว่าข้างหน้าเป็นเรื่องอย่างนี้มากกว่า
คิดว่าน้องๆ หลายวงสักวันนึงเค้าคงเข้าใจ พี่ว่าเค้าเข้าใจแน่นอน ถ้าซื่อสัตย์ต่อาอชีพต้องเข้าใจ ถ้าเข้าใจและบริสุทธิ์ใจกับมันทำมันต่อไป
ตั้งใจมันต่อไปแล้วมันก็จะต้องกลับมาอีก พี่เชื่อเพราะพี่ผ่านมาแล้ว
Fox : คือเรียนรู้ด้วยตัวเอง ?
พอถึงวันนึงต้องเข้าใจ พอเข้าใจแล้วจะรู้สึกว่าไม่ร้อนไม่หนาวเกินไป ไม่มีอะไรสอนได้นอกจากตัวเค้าต้องเรียนรู้ไป วันเวลาจะสอนเค้าเอง
อันนี้คือมุมมองของพี่คนเดียวนะ คนอื่นอาจจะมองอีกแบบนึง
Fox : พี่ผ่านชีวิตมาอย่างนี้ มีลูกในช่วงวัยรุ่น พี่เอาประสบการณ์สอนเค้าในรูปแบบไหน มีวิธีการอย่างไร ?
พี่มาจากต่างจังหวัด พี่เป็นเด็กบ้านนอก วิธีสอนของพ่อแม่พี่ที่สอนพี่เนี่ย รักวัวให้ผูกรักลูกให้ตี เวลาทำผิดหรือพูดไม่เชื่อฟังเนี่ยจะตีเลย
แต่สำหรับพี่เนี่ยมาถึงยุคนี้พี่เป็นพ่อ พี่มีลูกที่อยู่ในวัยกำลังโตอายุ 16 เต็มละ คือลูกพี่กำลังจะเป็นหนุ่มและเ็ป็นเด็กยุคใหม่ เด็กยุคไอที
เพราะฉะนั้นพี่คิดว่าต้องเจออะไรเยอะ แล้วสื่อมันเยอะมาก จะมาจากทุกที่ทั้งในจอในเว็บ ในผับ มันจะมาจากทุกที่เพราะฉะนั้นวิธีการของพี่คือ
พี่ต้องไม่ตกยุค พี่ต้องตามสภาพแวดล้อมของลูกให้ได้ ให้ณุ้ว่าเป็นอย่างนี้พี่ถึงจะชี้ชัดได้ว่าสภาวะแวดล้อมของลูกในระบบอย่างนี้เนื่ยตรงไหนที่ต้องลี่ยง
ตรงไหนที่ควรส่างเสริม แปลว่าพี่ต้องปรับการสอนจากยุคโบราณเป็นยุคใหม่ให้มันสอดคล้องกันเพื่อจะดูแลเด็กรุ่นใหม่ให้เค้าเดินไปได้
เดินไปเป็นผู้ใหดีไม่ติดยา ไม่เป็นคนเห็นแก่ตัว รู้จักให้ั มีน้ำใจรับผิดชอบ พูดคำไหนเป็นคำนั้น
พี่ว่าเรื่องพวกนี้สำคัญในการอยู่ในสังคมหมู่ใหญ่ ถ้าไม่รับผิดชอบ ไม่มีน้ำใจจะไปร่วมสังคมกับคนจำนวนมากๆ ได้อย่างไร
ในเมื่อไม่ได้คิดเรื่องคนอื่นเลยคิดแต่เรื่องของตัวเองก็อยู่กับคนจำนวนมากไม่ได้แน่นอน
Fox : ลูกชายมีเรื่องมาปรึกษาพ่อบ่อยไหม ประสาผู้ชายด้วยกัน ?
ส่วนมากจะเป็นเรื่องเด็กๆ "คุณพ่อมีปัญหากับเกมที่เล่นมากเลย มันเป็นเกมส์เน็ทเวิร์คออนไลน์เคลียร์หลายรอบ แล้วยังไม่ลงตัวสักที"
... คุณพ่อไปส่งหน่อย คุณพ่อช่วยพูดให้หน่อย ... อันนี้เป็นเหมือนรายละเอียดประจำวัน
ส่วนกลางๆ ใหญ่ๆ กายแข็งแรงกว่ากัน มีความเป็นตัวของตัวเองสูง มีโลกส่วนตัวสูง และก็ไมหน่อมแน้ม ไม่พูดเยอะ
พูดแล้วเป็นประเด็นตลอดเพราะฉะนั้นสิ่งที่ห่วงน้องกายคือ เรื่องของแนวความคิดมากกว่า พอเราเจอกันจะไม่ค่อยเป็นพ่อลูกแบบคุณ่อ คุณลูกแน่นอน
จะสื่อสารความรู้สึกกันเยอะๆ แล้วมีอะไรที่ต้องเตือน ก็ไปแบบต้องเข้าเสียบนิดๆ หน่อยๆ ไม่เข้าไปยุ่ง
ไ่ม่ไปแบบยุคเก่าอ่ะ มันเป็นอย่างนึงที่จะทำให้เค้าไว้วางใจ ไม่โกหกคุณ
คุณจะรู้ทั้งหมดของเค้าแล้วคุณค่อยไปจัดมัน ไม่งั้นคุณจะตามลูกไม่ทัน ก็จะไปตามยุคสมัย
Fox : ความสุขในชีวิตของ อำพล ลำพูน คืออะไร ?
การได้มีเพื่อนที่เค้ารักเรา การได้เห็นลูกโตมาเป็นผู้ชายที่ดีมีความคิด แล้งก็การได้มีัส่วนที่จะผลักดันให้เค้าโตมาเป็นผู้ใหญ่ที่ดี
น่าจะเป็นความสุขไม่มากก็จริงแต่มันแท้จริงอิ่มเอม เรานอนเฉยๆ ก็ยิ้มได้หัวใจเบิกบานได้ พี่ว่าเป็นเรื่องแบบนี้มากกว่า
การได้ทำงานแบบที่เรารักจริงๆ มันก็โอเค รายได้ก็กลางๆ อย่าไปสุดโต่งมันเครียดไป ให้เค้า