
... เพียงคุยกันธรรมดา...ธรรมดา
แสงแดดกล้าเริ่มโรยตัวลง ที่ข้างบ้านใครก็ไม่รู้ ก็ใกล้ๆ ที่พักของหนุ่ยนั่นแหละ ที่เราหาที่นั่งคุยกันอย่าง...เป็นกันเอง
...ถามเลย...หนุ่ยเป็นฝ่ายเริ่ม...
- เป็นการคุยกันดีกว่า
อื้อ...คุยกันดีกว่าประทับใจกว่า (ตอนนี้มีเสียงหัวเราะเราเองนั้นรู้สึกว่าถึงจะบอกว่าคุยกันดีกว่าเราก็อ้ำๆ อึ้งๆ อยู่ดีก็เราไม่เคยคุยแบบเป็นเรื่องเป็นราวกับใครซักที
- หนุ่ยไม่เรียนต่อเหรอ
หนุ่ยนะเหรอหนุ่ยอยากเรียนเหมือนกันก็ยังไงหนุ่ยไม่มีเวลา พองานมันเยอะเข้าเนี่ยะ คนมันต้องแบ่งจุดด้วยใช่มะ ในช่วงเวลาของช่วงเวลานี่ ความจริงแล้วอยากเรียนมาก หนุ่ยอยากเป็น Designer ตอนนี้ไม่ได้ช่วงจังหวะของชีวิตตอนนี้หนุ่ยจะต้องทำงาน
- แล้วคิดทำอะไรนอกจากงานแสดงหนัง, ดนตรี มั่งรึเปล่า
หนุ่ยเหรอจริงๆ แล้วหนุ่ยมีกลุ่มอยู่ แต่ทีนี้หนุ่ยยังไม่มีออฟฟิศที่เป็นตัวเป็นตน ใช้ชื่อกลุ่มว่า International Design-group จริงๆ แล้วเรากำลังมีโครงการที่จะรับ Display หน้าร้านอย่างเดียว ไม่ว่าของอะไรเราก็ Display ได้ แต่มันแคบ เราก็เลยต้องให้มันกว้างก็รับ Design ทุกอย่าง, ทุกชนิดเลย ก็มีเด็กนักเรียนรุ่นเดียวกันมั่ง รุ่นพี่มั่ง รุ่นน้องมั่งที่ฝีมือดีๆ ก็จับมารวมกัน
- แล้วเริ่มแสดงหนังหล่ะ
เป็นการจับพลัดจับผลูนะ หนุ่ยเป็นนักดนตรีสมัครเล่น มีกีตาร์สมัยแรก ป.6 หนุ่ยเป็นนักดนตรีสมัครเล่นใช่มั้ย หนุ่ยก็เล่นกับเพื่อน เล่นจนวงแตก วงนี้แตก วงนั้นแตก แล้วมาวงสุดท้ายนี้ มีความรู้สึกว่ามันแปลกกว่าวงอื่น เป็นเฮฟวี่แล้วปัจจุบันวงเฮฟวี่มีน้อยวงมาก มีสิทธิ์เกิดมากกว่าใช่มั้ย เราก็ต้องเล่นเฮฟวี่ เล่นตามคอนเสิรต์ต่างจังหวัดหรือชานเมืองหยั่งงี้ คุณเปี๊ยกแกจะสร้างหนังพอดีไง เกี่ยวกับเรื่องนักดนตรี ‘วัยระเริง’ ไง แกก็มาดูหนุ่ย แล้วแกก็ขอเบอร์โทรศัพท์ไป แล้วก็คุยกัน แกให้เทปมาม้วนหนึ่งแล้วบอกว่าให้ไปแกะเพลงพวกนี้มาเทสท์ดูซิว่าจะเล่นใช้ได้มั้ย? พอดีหนุ่ยตีได้ดีกว่าเค้านะเลยต้องเล่น
- ธรรมดาหนุ่ยไม่ได้เล่นกลองไม่ใช่เหรอ
หนุ่ยเล่นมาหลายชิ้นไง หนุ่ยเคยเล่นกลองเล่นเบสกีตาร์ กีตาร์โซโล่
- ซ้อมกันยังไงประจำรึเปล่า
ซ้อมทุกวัน studio อยู่นี่ (เธอชี้มือไปชั้นบนของตึกแถวใกล้ๆ) เราทำเป็นห้องซ้อม ตอนก่อนนี้เคยเปิดให้คนอื่นเขาเช่าซ้อม ตอนนี้เครื่องเราเทิร์นมาดีของเราเครื่องเกรด B+ แล้ว ไม่ให้คนอื่นจับแล้ว มีชิ้นหนึ่งอยู่ 2 – 3 ชิ้นของระดับเกรด A ก็เลยไม่ให้ใครใช้แล้ว (ตอนนี้หนุ่ยเธออยู่กับเพื่อนซึ่งเปิดร้านทำผม ‘ปู Design’ วงไมโครซึ่งตอนนี้กำลังถ่ายทำหนังเล่นเป็นแก๊งค์กวนเมือง “ซอยเดียวกัน” หนังของอภิชาติ โพธิไพโรจน์ ผู้กำกับอันตราย)
- อยากรู้ความรู้สึกช่วงนี้...ก็เป็นคนดังแล้ว
จริงๆ แล้วนะ หนุ่ยบอกตรงๆ ว่า หนุ่ยลำบากใจมาก การวางตัว อย่างเมื่อกี้ไปสวนจตุจักรมาเงี้ยะ (ตอนนี้น้ำเสียงอ่อนอ้อยสร้อยบอกถึงความลำบากใจจริงๆ) ไม่ไหวหรอก พอเดินๆ แล้ว เราก็อยากจะเลือก อยากจะกิน ทำอะไรทุกอย่างเหมือนคนทั่วไปเขาทำกัน พอเราจะทำมั่งก็กลายเป็นตัวตลก คนต่างๆ ก็มาเฝ้ามอง ไม่เกรงใจเรา เป็นคนของประชาชนน่ะ เราไม่รู้จะทำไงเหมือนกัน เราจำเป็นต้องไปซื้อเราก็ต้องโดนยังเงี้ยะ
- แล้วตอนนี้เล่นหนังเรื่องอะไร
ข้างหลังภาพไง เข้าเมษานี้
- อ้าว...ยังไม่จบอีกเหรอ
ใกล้แล้วเหลืออินเสิร์ทเล็กๆ อีกนิดหน่อย
- แล้วต่อจากนี้หล่ะ
ต่อจากนี้ของคุณแจ๊สสยาม ยังไม่รู้เรื่องอะไรเลย ใจจริงอยากอ่านบทก่อน
- แล้วไม่ได้อ่านก่อนเหรอ
ยัง...แต่รู้ว่าจะต้องเล่นของเขา
- แล้วข้างหลังภาพ
ข้างหลังภาพอ่านแล้วหลายครั้ง หนุ่ยชอบนะ บทประพันธ์ดีๆ ไม่รู้จะบอกว่าไงดีมากแล้วกัน เรื่องนี้เป็นหนังสือนอกเวลาของกระทรวงไปแล้ว
- ปัญหามีมั่งมั้ย
อ๋อ แน่นอนรู้มั้ยปัญหามาก มากกว่าน้ำพุ ๑๐๐ เท่า
- ตอนที่ได้รางวัลนี่รู้สึกไง..ถามความรู้สึกหน่อย
ตอนที่ได้รางวัลน่ะเหรอ..ดีใจ ดีใจ ดีใจเป็นธรรมดาดีใจวันนึง
- หลายวันมั้ง
วันเดียว...เอ้า...ดีใจสามวันให้อีก ๒ วัน รางวัลน่ะเหรอ (หนุ่ยยักไหล่ ผายมือออก) เป็นเรื่องของการสมมุติ เอารางวัลมาวัดว่า โอ้...โฮ้ หนุ่ยประสบความสำเร็จสุดยอด งั้นคราวต่อไปก็ทำอะไรไม่สุดยอดนะซี่ เราถือว่างานที่ดีที่สุดยังไม่เกิดขึ้น ก่อนตายถึงจะเกิด ที่ทำมาแล้วที่ได้ ASIA อะไรมาเนี่ยถือว่าเป็นงานดีชิ้นหนึ่งแต่ยังไม่ที่สุด จริงมั้ยอายุเท่านี้ที่สุดแค่นี้ได้ไง
- โชคดีนะ
ไม่มีโชค (เธอลากเสียงยาวเหยียด) อะไรประกอบเป็นโชค โชคประกอบอะไร มันอยู่ที่จังหวะของการทำงาน เขาเรียกจังหวะ Past ภาษาอังกฤษ เขาเรียกว่า Time หนึ่ง...จังหวะของการทำงาน สอง...ความตั้งใจในการทำงาน สาม...วัตถุดิบในการทำงาน เผอิญหนุ่ยได้เนื้อเรื่องที่ดี จังหวะที่ดี การทำงานที่ดี หนุ่ยตั้งใจกับการทำงานมากก็เลยออกมาดี ไม่ฟลุ้ค ไม่มีโชค โชคมันรวมแล้วคืออะไร
- ไม่ได้ถึงยังงั้น แหมเอออยู่ๆ เธอก็ปุ๊บปั๊บ
เออ...แต่หนุ่ยก็รู้นะว่าทุกคนมองหนุ่ย มีความรู้สึกมากน่ะอยู่ๆ ก็แหมขึ้นมาเป็น Best Asia งี้ใครๆ ก็งงกัน จริงๆ แล้วไม่ต้องงงหรอก คนไทยก็เก่งเป็น เราพูดกันอย่างสากลน่ะ ไม่ต้องเป็นหนุ่ยหรืออำพลหรือใครหรอก ใครสักคนก็ได้ที่ไปได้มา เราก็จะประกาศให้เค้ารู้เลยว่า เฮ้อ...คนไทยก็มี Best Actor เหมือนกัน มีดารานำเก่งเหมือนกัน อาจจะเป็นใครสักคนก็ได้ เด็กสลัมจากไหนมาก็ได้ ไม่ต้องเป็นหนุ่ย ใครก็ได้ ไม่ต้องขึ้นว่าใคร เฮ้ย คนไทยทั้งกลุ่มนี่มีคนเก่งเหมือนกัน พวกภาพยนตร์ไทยจริงมั้ย? หนุ่ยจะบอกนะ งาน Best Asia นี่นะ งาน Asia Pacific Film Festival Award คือ มหกรรมภาพยนตร์เอเซียนี่มันมีรางวัลหลาย ๕๐ รางวัลเงี้ยะ แต่รางวัลที่เป็นสากลที่สุดและทุกประเทศแย่งกันที่สุดนี่มีแค่ ๓ รางวัล ๑. Best Film หรือ ภาพยนตร์ยอดเยี่ยม ๒. Best Actor ๓. Best Actress คือ แสดงนำหญิง, ชาย ยอดเยี่ยม จริงเปล่า เค้าแย่งกันแค่นี้ พูดจริงๆ ว่า ไม่แจ๋วน่ะหมดสิทธิ์ ตำแหน่งพวกนี้ นี่ไม่ได้ว่าหนุ่ยแจ๋วนะ อาจเป็นพี่หง่าวแจ๋ว หรือบทประพันธ์แจ๋ว พวกนี้แล้วแต่ใครจะคิด หนุ่ยไม่คิด หนุ่ยไม่สน มันผ่านไปแล้ว
- แล้วเวลาหนุ่ยโดนวิจารณ์ทั้งบวกลบนี่รู้สึกไงมั่ง
ฮื้อ...หนุ่ยบอกตรงๆ ว่าเราเป็นศิลปินนะ เราไม่มีสิทธิ์จะมาเอฟเฟคท์กับคำวิจารณ์อะไร ถ้าเราเอาคำวิจารณ์ของคนรอบข้าง นิตยสาร สื่อมวลชนรอบข้างมาปรับปรุงกับการทำงานของเรา ข้อนี้โอเค แต่เราจะเอาพวกนี้มาเป็นเอฟเฟคท์กับจิตใจหรือการทำงานต่อไปเลย หนุ่ยคิดว่าไม่มีผลต่อจิตใจหนุ่ยหรอก เราถือว่าเราตั้งใจทำดี จบ.. ทำให้ดีที่สุดออกมาได้แค่ไหนก็แค่นั้น โอเค. มีความสามารถแค่นั้น เราไม่จำเป็นต้องมาวัดอ้-า-ว..หนังสืออันนี้วิจารณ์เจ็บมากเลยนะ ไม่จำเป็นเลยว่า หนังสือเล่มนี้จะมาบ่งบอกว่ายูเป็นซุปเปอร์แมน บอกว่าอันนั้นไม่ดี อันนี้ไม่ดี้ (เสียงสูง) รู้ได้ไง คนไทย ๔๐ กว่าล้านคนน่ะ ๔๐ กว่าล้านสมองลองคิด ยูแค่หนังสือเล่มเดียวทำกัน ๑๐ คน ตัดสินใจทั้งหมดได้ยังไง คนทั้งประเทศ ถูกมั้ย? (ตอนนี้มีเสียงหัวเราะ ที่จริงก็หัวเราะกันตลอดทั้งๆ ที่เรื่องคุยดูเคร่งเครียดเหลือเกิน) เขียน เขียน อ้า...อันนี้ไม่ดี อันนี้ไม่ดี ไม่ด๊าย (อ่านเช่นนี้ออกเสียงสูง) ให้คน ๔๐ ล้านคนตัดสินซิคนนี้ดีไม่ดี นั่นเค้าเจ้าของประเทศ...จริงเปล่า มันถูกต้องอยู่แล้ว หนุ่ยไม่เคยเอฟเฟคท์กับเล่มไหนเลยว่า โอ๊ย น้ำพุ เขียนไปเลยยูก็ค้านกับมติมหาชนเอง ไปค้านกันเองแล้วกัน ไม่เกี่ยวกับตัวหนุ่ยเลย ตัวหนุ่ยเหรอมัน production นี้จบไปแล้วก็แล้วกัน หนุ่ยก็ต้องมี production ของหนุ่ยเข้ามาอีกน่ะ เปลี่ยนแคแรคเตอร์ของตัวเองไปเรื่อยๆ (เสียงอ่อนลงแล้ว) ยูจะมาเฮ้ยๆ ๑๐ ปีเราก็ไม่พูดนะ เถียงอะไรถ้าประชาชนเค้าบอกว่าดี ยูบอกไม่ดีก็เอ้า มติมหาชนเอาเอง หนุ่ยไม่ยุ่ง หนุ่ยจะเป็นตัวกลาง วันหนึ่งหนุ่ยอาจจะเล่นเป็นขอทาน เป็นโจร เป็นนายธนาคาร เป็นทหาร เป็นเจ้า (ตอนนี้ท่าทางสนุกมากดูเหมือนหนุ่ยกำลังแสดงอยู่กระนั้นแหละ) ซึ่งมันแล้วแต่ว่า แคแรคเตอร์ของหนุ่ยจะเหมาะกับจุดไหนในสังคม ไม่ใช่ว่าแหมน้ำพุเยี่ยมไปเลยตลอด...ไม่ใช่ คราวหน้านี้หนุ่ยเล่นเป็นนพพร นี่หนุ่ยอาจจะไม่เพอร์เฟคท์ ไม่สมบูรณ์ที่สุดก็ได้ รู้เปล่า หนุ่ยบอกว่าความรู้สึกของวงการนักวิจารณ์บ้านเรานะ คนที่เป็นนักวิจารณ์จริงๆ มีไม่กี่คน หนุ่ยไม่ได้เป็นนักวิจารณ์ แต่งานหนุ่ยต้องเกี่ยวข้องกับนักวิจารณ์อยู่เสมอ หนุ่ยรู้เลยว่านักวิจารณ์แปลว่าอะไร นักวิจารณ์คือคนคอยตรวจสอบหรือคอยให้ข้อคิดกับประชาชนทั่วไปในด้านของงานศิลปะทุกแผนกแขนงใช่มะ จะต้องมีนักวิจารณ์วิจารณ์ว่านี่มันงี้ๆ โดยให้ประชาชนตัดสินในเอาเอง ให้ข้อมูลเยอะๆ แง่นั้น แง่โน้น แง่นี้ ร้องแง่ แล้วประชาชนไปตัดสินใจเอาเอง โอ๊ย..มันดี, มันไม่ดี, มันผิด, มันถูก แต่นักวิจารณ์เมืองไทย นี่ไม่ดี...อะไรหละ ยูเป็นใครหล่ะ...บ้า...เขาทำงานกันเป็นร้อยเป็นพัน production นึงไม่ได้จบใน ๓ วัน ทำกันครึ่งค่อนปี วิจารณ์กันหน้าเดียวจบได้ไง ใช่เปล่า ยูต้องสัมผัสตั้งแต่ไฟดวงแรก มันเซ็ทขึ้นมา หรือ proproty แค่ปากกาด้ามเดียว ยูต้องรู้ความละเอียดอ่อนของมันก่อน ยูถึงมา อ้-า สรุปแล้วไม่ดี สรุปแล้วดี อะไรเงี้ยะ ไม่ด๊าย...บางทีมันอาจจะชุ่ยก็ได้ ใครจะไปรู้ ถูกมะ...หนุ่ยไม่รับ หนุ่ยไม่ค่อยมีผลกับสื่อมวลชนเท่าไหร่ มีผลแต่ไม่เท่าไหร่ ก็ตัวหนุ่ยเป็นคนทำงาน ตัวหนุ่ยไม่ได้ฉาบฉวยอยู่บนปกหนังสืออย่างเดียว โอเค. ถ้าเป็นก๊องแก๊งๆ อยู่ตามหน้าปกหนังสือ ตามจอ ทีวี. อีกเรื่องนึง อีกเรื่อง อันนั้นแบบหน้าตาดีๆ ก็โอเค.แล้วหล่อๆ หมดจด หน้าเกลี้ยงๆ อย่างหนุ่ยไม่ได้เมนที่หน้าตาอย่างเดียว คนปัจจุบันนี้นาทีนี้ พ.ศ.นี้ ต้องวัดกันที่ผลงาน วัดด้วยการทำงาน ผลงาน คนจะมีนับถือกันได้มีอยู่ ๒ ทาง หนึ่ง...เป็นคนมีจิตใจดี ทุกคนแบบนับถือแล้วก็รักไปเลย อีกอย่างหนึ่ง เออ...เก่งดี มันดี มันเก่ง มันเยี่ยม โอเค. อย่างงี้นับถือกันได้...ก็ได้ใช่มั้ย
คุยกันเรื่องศิลปะดีกว่าเหอะ เราเป็นศิลปินทำทุกอย่างเพื่อศิลปะและความอยู่รอดพอ...สวยๆ งามๆ หนุ่ยนะหนุ่ยพูดเต็มปากเลยว่า หนุ่ยเกิดมาเพื่อศิลปะคำเดียว อยู่ที่ค่านิยมด้วยนะ ศิลปะของคนบางคนใส่กางเกงยีนส์ซีดๆ ผมยาว สพายย่าม นั่นบางคนอาจคิดว่าศิลปะ แต่ของหนุ่ยไม่ใช่ ไปได้ทุกหนทุกแห่งกับตัวเองนะ คิดกับคนรอบข้างในแง่ศิลปะ คิดในแง่ของโลก แง่ของคน ของสัตว์ แง่ขแงสภาพแวดล้อมรอบตัว เอาศิลปะเข้ามาแล้วเราก็สบายใจ เราพูดตรงๆ น่ะ จริงมั้ย...ไปร้องเพลงงี้ไปเปิดคอนเสิร์ท เพื่อนหนุ่ยติดอยู่ลำปาง ตกเครื่องมาไม่ได้ หนุ่ยออกไป “อ๊ะ สวัสดีครับ เพื่อนมาไม่ได้ ร้องไม่ได้” เค้าบอก “อ้า...อำพล ร้อง ๒ เพลงน่ะ อำพล” ร้องไม่ได้ เราอยากร้องเพลงเพราะๆ ให้ฟัง ร้องเพราะไม่ได้ เราไม่ร้อง...ถูกมั้ย หนุ่ยทำถูกมั้ย หนุ่ยคิดว่าถูก เราเข้าใจว่าคนอย่างงี้ๆ เราอยากให้เค้าเห็นของดีน่ะ แล้วสไตล์เพลงมันไม่เหมือนกันกลุ่มๆ นึง ทีเล่นออกนี่ อย่างหนุ่ยเฮฟวี่ตลอด
- หนุ่ยนี่เป็นนักฟังเพลงตั้งแต่เด็กเลยซิ
โอเวอร์แต่เด็ก คนเค้าว่านะ หนุ่ยโอเวอร์ โอเค. ป.๖- ป๗ หนุ่ยแปลภาษาอังกฤษออกไม่หมด แต่เรารู้แล้วว่าดนตรีเป็นยังไง อันไหนคุณภาพ เราพูดตรงๆ ดนตรีเมืองเรายังไม่พัฒนาเท่าของเค้า ฟังเพราะดนตรีมันดี เราก็ฟังประดับ หนุ่ยว่าสนุก แล้วแต่ความชอบ หนุ่ยชอบอย่างนี้ บางคนอาจชอบดนตรีไทยไปเลยซึ่งหมายถึงความละเอียดอ่อนก็ได้ แต่ขณะที่หนุ่ยชอบดนตรีสมัยใหม่ เครื่องมือสมัยใหม่ เล่นออกมาด้วยเทคนิคสมัยใหม่ หนุ่ยชอบแบบนี้มากกว่า ไม่แปลกสำหรับใครแต่ละคน ไม่เหมือนกัน ดนตรีไทยก็ชอบทำไมจะไม่ชอบ “น้อยใจยา” เคยฟังหรือเปล่า- -มวลดอกไม้ เบ่งบานสลอน--- (เธอร้องเพลงนี้เพราะมาก) เคยฟังหรือเปล่า เพลงนี้มีประวัตินะ ร.๕ แต่ง รู้มั้ย? เพลวประวัติจริงประวัติศาสตร์ไทย ร.๕ ท่านแต่งให้นางสนมใหญ่ คิดดู...ด้วยความน้อยใจ ไม่ใช่ซี้ซั้วนะ แหม...ฝีพระหัตถ์ ร.๕ ก็ต้องเข้าใจ แล้วหนุ่ยฟังเมโลดี้ของมันแล้ว ฟังเนื้อเพลงภาษาอะไรแล้ว นี้คลาสสิคมาก เพลงไทยสมัยก่อนอาจจะเป็นเพราะว่าสภาพแวดล้อมเมื่อก่อนสวยงาม ภูเขา, น้ำตก, ต้นไม้, เสือโคร่ง (เอ๊ะ) มีหมดเป็นธรรมชาติ อะไรๆ ก็ไม่ขัด ลื่นตามธรรมชาติได้ แล้วยิ่งเป็นเจ้างี้ อะไรๆ เพอร์เฟ็คท์หมด อาจจะนั่งในวังลมร้อนอะไรงี้ แต่เรานี่จะเขียนเพลงเราเขียนตามชายทุ่ง เขียนริมแม่น้ำบนภูเขา เราแต่งเพลงเองมั่ง อาจารย์แต่งมั่งก็มีหลายคน แล้วเทปออกมาค่อยคุยกันดีกว่า (ตอนนี้วงไมโครกำลังซุ่มทำเทปชุดใหม่ จะออกเร็ววันนี้) โอ๊ย...เราใช้ชีวิตมันอยู่แล้ว ต่อสู้นะ เราเป็นคนต่อสู้อยู่แล้ว หนุ่ยเป็นนักแสดงคนหนึ่งที่วงการไม่ค่อยจะชอบเท่าไหร่ แล้วคนทุกคนสังคมจะมีการบีทกัน Bite it เราไม่สนใจหรอก วันหนึ่งถ้าเราไม่ดีพอก็โดนล่มโดนโค่น ถ้ายูยังเป็นคนดีอยู่ ยูยึดแต่ความดี ยูทำแต่ความพอดี ไม่มีใครเค้าโด่นยูได้ ถ้ายึดแต่ศิลปะ ยึดแต่ทำความดี ยึดอะไรที่มันไม่เดือดร้อนคนอื่น แต่อาจจะเดือดร้อนตัวเองบ้าง อย่งเฮฟวี่งี้ กินเหล้าเมา อ๊วกไปเลย No Problem ไม่มีปัญหา มันเกี่ยวกับตัวเราเอง เราจะไม่ทำอะไรที่ไปสะกิดคนอื่น สร้างความเดือดร้อนให้คนอื่น นั่นแหละสุดยอดแล้ว ชีวิตปัจจุบันนั่นคือหลักดำรงชีวิตในสังคม หนุ่ยไม่ได้จับพู่กันเป็นอย่างเดียวนะ วันหนึ่งหนุ่ยสามารถลุกขึ้นมาจับอาวุธก็ได้
- แล้วจับพู่กันบ้างหรือเปล่าตอนนี้
ก็มีบ้างพวกดรออิ้ง เพ้นท์นี่ไม่เอาแล้วดรออิ้งไวกว่า ดินสอด้ามเดียวเขียนตรงไหนเมื่อไหร่ก็ได้จริงมะ อย่างเวลาพักผ่อนคุยกับเพื่อนเงี้ยะ หนุ่ยจะอยู่สุขไม่ค่อยได้ เขียนๆ ขีดๆ เป็นเรื่องไม่เป็นเรื่องมั่ง ก็แล้วแต่ใช่มั้ย? แต่ทิ้งไม่ได้...ห้ามทิ้ง
- ไปเยี่ยมบ้านบ้างเปล่า
ไม่ค่อยมีเวลาเล้ย หนุ่ยงานเพียบ งานเยอะ บางทีมีความรู้สึกกับตัวเองว่าเราน่ะรับผิดชอบมากเกินไป จริงนะ ถ้าเกินไปนักเราไม่เอาแล้วลดตัวเองทันที ทำอะไรก็ได้ที่วัยขนาดเราควรทำ อย่างหนุ่ยนี่หนุ่ยโดนบัตรเชิญของประเทศต่างๆ โดยที่รัฐบาลเขารับรองเลยนะ เชิญไปดูอุตสาหกรรมภาพยนตร์ เราได้ Best มาพูดง่ายๆ หนุ่ยไปไม่ได้ หนุ่ยไม่อยากไปด้วยแง่นึง โอเค. บางคนอาจจะคิดว่าเป็นการหาประสบการณ์เพิ่ม สร้างคุณค่าให้ตัวเอง แต่หนุ่ยคิดว่า ยังมีจุดที่จะทำ ประกอบกับตอนนั้น หนุ่ยถ่ายข้างหลังภาพ ทำงานดีกว่า ทำงานให้ดีที่สุดดีกว่าจริงมั้ย...อย่างงั้นมันก็แค่ฉาบๆ แค่ฉาบหน้า เลยไปอาทิตย์ ๒ อาทิตย์ก็หมดไป
สมัยหนุ่ยเรียนเห็นเปล่า เข้าไปซ้ายมือมีห้องปี ๓ อยู่นั่นแหละ ผ่านที่ลงทะเบียนอยู่ซ้ายข้างสนามบาสฯ ห้องแรก (เธอหมายถึง ร.ร.อาชีวศิลป์) เป็นทั้งห้องนอน ห้องทำกับข้าว ห้องเรียนอยู่ในนั้นหมด เข้ามาก็ ฉึด...ฉึด...ฉึด (ล้างหน้า) เรียนได้เลย ผัดทอดไข่ในนั้น กินข้าวตรงนั้น โต๊ะกางๆๆ ล้างหน้า เรียน หนุ่ยเล่นดนตรี ม.ศ.๓ เล่นเกือบทุกวัน ฮึ้ย...สมัยหนุ่ยเรียนอยู่แกลง (อำเภอในจ.ว.ระยอง) กลุ่มหนุ่ยนี่อาจารย์ไม่เคยชอบเลย พยายามแอนตี้ว่า โอ๊ย...ไว้ผมยาว เล่นดนตรี ใส่กุงเกงยีนส์งี้ อะไรมันเรื่องของวัยไม่ใช่สิ่งน่าเกลียด ผู้ใหญ่นั่งกินเหล้าน่าเกลียดกว่า ยูเงินเดือน ๑,๐๐๐ กว่าบาทนั่งกินเหล้า เราวิจารณ์คนที่เป็นนักสอน แต่อาจารย์ของเราเองเราจะไม่วิจารณ์ เพราะนั่นคืออาจารย์ ส่วนคนที่เป็นนักสอนทำไม่ถูก เป็นตัวอย่างที่ไม่ดีต่อเด็ก นี่เราถือว่าพูดกันเรื่องเป็นธรรมที่สุดทำงี้ให้เด็กเห็นได้ไง กะแค่เด็กซื้อกางเกงยีนส์ตัว ๑๐๐ กว่าบาทมาใส่ นี่เหรอผิด ยีนส์มันใส่แล้วทน เราเป็นตัวแทนของคนกลุ่มรุ่นหนุ่ม เราก็พูดในลักษณะของคนกลุ่มรุ่นหนุ่มออกมา ถ้าเรามีคนสื่อมาทุกวัย เราก็จะมีข้อมูลที่ดี คนแก่ก็ว่าวัยรุ่นยังโง้นยังงี้ ผมว่าคนแก่ก็ยังโง้นยังงี้เหมือนกัน มันเหมือนกันผู้ใหญ่มองเด็ก อ๊ะ...มึงฟุ่มเฟือย งั้นๆ อ๊ะ...คุณผู้ใหญ่ทำงี้ได้ไง ความคิดของคุณช่วงนึงก็มีความรู้สึกที่เป็นตัวเอง มีการวิจารณ์ มีรับมีให้อะไรต่างๆ อ๊ะ...ไม่ได้ ทำไมเล่นกีตาร์ไม่เคยเสียการเรียนน่ะ เรียน ๘๐% กว่านะ...เอ้อ...เรื่องจริง ไม่ได้โม้ด้วย สมัยหนุ่ยเรียน ๘๐% หนังสือไม่ได้ดูอยู่ที่ความสนใจเรียนนะ มานั่งท่อง A-B-C ๒+๒ เป็น ๔ มันไม่ใช่นั่นมันนกแก้ว ความเข้าใจต่างหาก เข้าใจแล้วแล้วกันต้องเอาผลการเรียนมาวัดกัน เล่นกีตาร์ริมสนามบอลงี้ดีกว่าไปนั่งในบาร์หล่ะ หนุ่ยเป็นนักสู้ เชื่อเหอะ เป็นลูกชาวบ้านธรรมดาๆ คนหนึ่ง เอาหล่ะเรามีอะไรดี เราก็เอาออกมาอวดมั่งหล่ะ ทุกๆ คนมีจุดของตัวเอง ชั้นเป็นศิลปินเขียนรูป ชั้นดรออิ้งเก่งมากเลย สัดส่วนเปี๊ยะนั่นก็แท็คของเค้า แสดงออกมา คนๆ หนึ่งมีความสามารถไม่เหมือนกัน บางคนเล่นกีตาร์เป็นไฟอายุ ๑๐ กว่าเด็กบางคนอายุ ๒๐ กว่ายังลีดส์ได้ไม่เท่าเหมือนคนที่แสดงออก หนุ่ยสู้มาเยอะ หนุ่ยเป็นวัยรุ่น หนุ่ยอยากจะเป็น Designer หนุ่ยอยากออกแบบงานทุกชนิด การแสดงหนุ่ยบอกเลยว่ามันเป็นสาขางานของหนุ่ยสาขาหนึ่งที่หนุ่ยตั้งใจทำมากๆ ไม่ทำเพื่อเงินมากๆ ถ้าทำเพื่อเงินมากๆ นี่สิ้นปีเงินเป็นล้านเลย เป็นตัวเลขที่เราเห็น มันไม่เงินเราแต่เรามีสิทธิ์ไปเอามาได้ แล้วก็มีสิทธิ์ไม่เอาก็ได้ ถ้าเอาแล้วมันไม่ดี ก็อย่าไปเอา ดีก็เอาใครไม่อยากได้เงินหล่ะเป็นล้าน จริงๆ แล้วหนุ่ยจบน้ำพุ หนุ่ยมีเลย ๑๔ เรื่องเงินเท่าไหร่ แล้วเราก็ต้องไปแสดงเป็น...เป็น...เป็นอะไรก็ไม่รู้ อะไรสักอย่างที่มีคุณค่าต่อสังคม ข้อนึงถึงจะเล่น เพราะคนซื้อตั๋วเข้ามาดูแล้วต้องได้อะไรด้วย บางทีหนังบู๊งี้ อาวุธสงคราวเกลื่อนจอเลย เด็กมันเห็นเป็นของเล่นไปแล้ว โตมาก็ไม่รู้สึกอะไร เครื่องมือสงครามนี้ร้าย (เสียงสูง) ที่สุดในโลก เด็กๆ ไม่ควรสัมผัสหรือรู้จักกับมันเลย หนังฝรั่งบางเรื่องมันสื่ออารมณ์ที่จะให้สะใจออกมาอีกรูปแบบหนึ่ง โจทย์มี ๒ คนนั่งบนรถเครื่องทั้งคู่แล้วเถียงกันอยู่ อื้อๆ...เฟรมอยู่ระดับสายตาพอดี ฮื้อๆ...พอถึงจุดจริงๆ ตัดโพ๊ละ กล้องมาอยู่ตรงหน้าล้อรถ สมมุติรถอยู่ตรงนี้กล้องมารับอยู่ตรงนี้ (เธอทำมือประกอบ) แล้วพระเอกโดนต่อย เปรี้ยง เสยคางเนี่ยหน้าจิ้มลงมาหน้าเฟรมเลย กล้องตั้งกับพื้นยังงี้ หน้าตกมาบึ๊ก เลือดไหล แค่นี้รู้สึกสะใจมากเลย ไม่ต้องเอาเอ็มมา ๑๐๐ กระบอก ตัดโพ๊ละลงตัวเลย มีความรู้สึกกินอารมณ์อะไรวะ เด็กแม่งก็เออ...ของเล่นเด็ก วันหน้าวันหลังมีใครมาสนับสนุนกระบอกละ ๕๐๐๐ – ๑๐,๐๐๐ แม่งก็ซื้อเก็บไว้เล่นกันจริงเปล่า...อะไรวะ...อะไรวะ ปัจจุบันนี้คนไทยเค้าเก่งแล้ว อ้าว...เพราะฉะนั้นภาพยนตร์ที่จะมาต้มคนดูยากแล้ว แต่ก็ยังมีหนังไทยดีที่เราหาดูได้ โอเค. หนังที่ดี Best หรือไม่ Best อีกเรื่องหนึ่ง คือย่างงี้หนังเรื่องข้างหลังภาพนี่มี Cost Acting หรืออาจารย์สอนการแสดงอยู่คนหนึ่ง ‘พี่หนูเล็ก’ (ลูกสาวคนเล็กของคุณนิดา นักแปลชื่อดัง) เก่งมาก ช่วยกำกับ The Killing Field ต้องเป็นองค์ประกอบ คำว่า Production ไม่ใช่คนๆ เดียว ถ้าทุกคนพร้อมหมด เก่งหมดและตั้งใจหมด ชัวร์ๆ ไม่มีอันไหนออกมาแล้วไม่ดี คำว่า ฟลุ้ค นี่หนุ่ยแปลไม่ออกไม่เคยใส่ใจ ไม่เคยรู้จักคำนี้ ฟลุ้คเฟิล์คอะไร แปลไม่ออก ไม่เข้าใจ ถ้าเราเป็นคนทำงานจะไม่รู้จักคำว่าฟลุ้ค รอฟลุ้คยังไง รอฟลุ้คแล้วเมื่อไหร่จะฟลุ้ค (เทปมีเสียงหัวเราะดังกว่าเก่า) แล้วเมื่อไหร่ (เสียงสูง) จะฟลุ้ค หาฟลุ้ค ไม่ด๊าย (เสียงสูง) โอกาสที่ปัจจุบันเงินบาทตกตามถนนไม่มี สลึงตกแม่งยังเก็บเลย
- คิดจะแสดงหนังตลอดหรือเปล่า
เอาจนสุดความสามารถของตัวเองก็พอแค่นั้นแหละ วันใดวันหนึ่งคนไม่ยอมรับก็หยุดทันที เราจะสื่อด้านทัศน์ที่ดี ขอแค่นี้ โอ๊ยบางเล่มเขียน โอ๊ยไม่เล่นไม่เหมือนน้ำพุ ชั้นรู้จักน้ำพุดีแกเล่นไม่เหมือนเลย เฮ้ย...ชั้นเล่นไม่เหมือนใครทั้งนั้นแหละ หนังเรื่องน้ำพุนี่มันไม่ใช่เรื่องครอบครัวน้ำพุแล้วก็ไม่ใช่เอาประวัติมาเลย คุณสุวรรณีเป็นคุณสุวรรณี แม่แต๋วเป็นแม่แต๋ว...ขอโทษ (เธอยกมือไหว้) คุณแพ็ทเป็นคุณแพ็ท ไม่ช่าย...หนังเรื่องน้ำพุนี่ เรื่องของเรื่องจริงๆ ของมันคือเรื่องราวของเด็กไทยอายุเท่านี้ ในครอบครัวไทย สังคมไทย เราสื่อให้เขาเห็นว่าเป็นอย่างงี้ สภาพแวดล้อมเป็นยังงี้ ควรจะแก้ไขอย่างงี้ สื่อให้เคนเห็นว่ายาเสพติดอันตราย เราก็ไม่เคยเห็นน้ำพุเลยในชีวิต เราก็ไม่ได้แสดงท่าทางแบบเค้า เราเอาไอเดียของซีน คือ หัวใจของบท อ๋อ...อย่างน้ำพุเหรอหนุ่ยจะให้ได้ ๒ พยางค์ “ยาเสพติดเป็นภัยต่อชีวิตเป็นพิษต่อสังคม” หนังเรื่องน้ำพุมีแค่นี้ เราไม่ได้ทำให้คนกลุ่มเดียวดู จะได้ต้องเล่นเหมือนน้ำพุ มีคนทุกคน ๕๐ คน ตั้งใจหมดทุกคน พูดนี้ไม่ได้หมายว่า หนุ่ยเก่งมากนะ ไม่ใช่ คือเราเอาจุดใหญ่ของสังคมเป็น Production ของพวกเรา ตั้งแต่ผู้กำกับยันเด็กไฟ เราถือว่าเขาตั้งใจหมด ทำงานหมด เราไม่ได้ว่า แหม...เอ็งเด็กไฟไม่มีความสำคัญ...สำคัญ (เสียงหนักแน่นมาก) ถ้าไม่มียูจะถ่ายยังไง สำคัญหมด Production Company ยังเล็กกว่าพูดกันตามหลักการทำงาน Company นี่มันห-ญ่-า-ยน่ะบริหารไม่กี่คน Production นี่มันเดี๋ยวนั้น ตรงนั้นเยอะๆ เลย ยุ่งมาก บางทีหนุ่ยนั่งสงสารตัวเองจะบอกให้วันหยุดนะ เป็นวันหยุดน่ะเป็นวันหยุด แต่งตัวหล่อไปเดินศูนย์การค้าสบายเลย แต่หมดสิทธิ์ไปไม่ได้ ไปก็ต้องไป เซ็งๆๆ ตลอด นั่งสมเพชรตัวเอง สู้สมัยก่อนไม่ได้พูดเรื่องจริง ใครลองมาเป็นหนุ่ยมั่งซิ...จะรู้ มาเป็นหนุ่ยมั่งซิ (นั่นซิลองเป็นหนุ่ยดูบ้างซิ) ยิ่งแบบมันเป็นเรื่องของความสมมุติในสังคม ตอนนี้สังคมเขาสมมุติให้หนุ่ยเป็นคนเก่งของสังคม หนุ่ยก็ต้องกลายเป็น โอ้โห...ดีไปหมดน่ะ...อำพลจะมายืนฉี่ริมเสาไฟฟ้า อ้า...ทำงี้ได้ไง แล้วทำไมไอ้นั่นทำได้ลหล่ะ ปัจจุบันเป็นอย่างงี้ ไปเที่ยวดิสโก้งี้ ไมวะยูก็ไปเต้นเราก็ไปเต้นกินเหล้า เอ้า!!! ยูก็กินเหล้า เราก็กินเหล้า เป็นวัยรุ่นน่ะ ชั้นก็ชอบกินเหล้า เธอก็ชอบกิน กินไปซี่ พอชั้นกินก้ไปเขียนน่ะ พอหนุ่ยกิน อ้-า-ว อำพลเมาเหลาในดิสโก้เธค ดิสโก้เธอมันก็มีเหล้ากับเพลง มีอะไร ถ้าห้องสมุดแล้วไปเมาเหล้าในห้องสมุด...น่าเขียน (เธอตบมือ) ยังงี้เขียนให้ตายไปเลยก็ได้ โอโฮ้...เป็นเรื่องน่าแปลกมาก เป็นเรื่องน่าเกลียดอะไรกัน อะไรก็ไม่รู้... (นั่นซินะ อะไรก็ไม่รู้) (ก็อย่างว่าเมื่อดังแล้วก็ต้องกลายเป็นตัวผลประโยชน์อย่างเราก็ยังมาสัมภาษณ์ เอ้ย คุย แต่หนังสือเราน่ะให้ประโยชน์กับผู้อ่านต่างหาก-จริงมั้ย)
ประโยชน์ในข้อที่ว่า...หนุ่ยเป็นตัวแทนวัยรุ่น พ.ศ.นี้ (คนหนึ่ง) ที่แสดงออกในความสามารถที่มีอยู่ และอย่างตั้งใจริง เราสรุปกันว่า พอเหอะ เพราะกินเวลานานเหลือเกินแล้ว เทปก็จบเป็นม้วน ขากรรไกรก็จะค้างอยู่แล้ว
... เอ้อ ต่อไปนี้คือพิธีจบของการสัมภาษณ์ เอ้อ...คุย หนุ่ยกล่าวก่อนปิดเทป #
*********************************************************************
ที่มา : หนังสือ เพื่อนใจ ปี 2528 ฉบับที่ 2 (webmaster www.ampholOcatch.com)