อำพล  ลำพูน


ผู้ชายคนนี้หายหน้าไปนาน - - นาน เสียจนแฟนๆ คิดว่าเขาคงหันหลังให้วงการบันเทิงอย่างถาวรเสียแล้ว แต่แล้วก็มีข่าวใหญ่แว่วมาให้แฟนๆยินดีว่า บัดนี้เขากลับมารับงานแสดงอีกครั้งหนึ่งในหนังฟอร์มใหญ่ “ เสือ – โจรพันธุ์เสือ ”

แต่นั่นก็ยังไม่เป็นข่าวใหญ่เท่ากับข่าวคราวความแตกร้าวที่เกิดขึ้นในชีวิตครอบครัวของผู้ชายคนนี้
            “ ผมก็ไม่ได้ตั้งใจเลิกกับเมียเพื่อให้เป็นประเด็นข่าวนะ ” เขาบอกด้วยน้ำเสียงหนักแน่น “ ผมไม่ได้ขายข่าวนะ ไม่ได้ต้องการให้มันเป็นประเด็นเพื่อให้นักข่าวเข้ามาสัมภาษณ์เลยจริงๆ ”

แต่ชีวิตมันเป็นไปแบบนั้นเอง
                เพราะผมหาทางแก้ไม่เจอ มันก็ต้องเป็นไปแบบนั้น แต่ไม่ได้ตั้งใจจะให้ข่าวนี้เป็นประเด็นเพื่อผมจะได้มีชื่อเสียง มันไม่ใช่วิธีของผม ผมคงไม่ใช้วิธีเหล่านี้มาเป็นเครื่องมือในการทำมาหากินในสาขาอาชีพ ไม่ใช่แน่ๆ

ถ้าถามชีวิตคุณหนุ่ย ณ วันนี้ล่ะคะ เป็นอย่างไรบ้าง จากคนที่มีครอบครัวแล้วต้องเปลี่ยนไป
                ก็ยังมีครอบครัวอยู่ แต่ไม่ได้เป็นครอบครัวในเคสปกติ เคสปกตินี่พ่อแม่ลูกต้องอยู่ด้วยกัน แต่ในเคสของผมนี่คือ แม่อยู่กับลูกบ้าง ลูกอยู่กับพ่อบ้าง ถ้าเราจะเปรียบเทียบครอบครัว ผมก็ขอแทนตัวลูกแล้วกัน ลูกก็ยังมีพ่ออยู่ ยังมีแม่อยู่ ซึ่งเมื่อก่อนเราจะอยู่บ้านหลังเดียวกันไงฮะ แต่ตอนนี้ก็คือสองหลัง เด็กก็...วันนี้ๆๆ อยู่บ้านนี้ วันนี้ๆๆ อยู่บ้านโน้น

น้องกายถามเรื่องนี้ไหมคะ
                เพิ่งเริ่มพูดถึงฮะ แต่เขาไม่ได้ถามว่าทำไม เขามักจะพูดทำนองว่า ไม่เห็นชอบเลย ทำไมถึงไม่อยู่บ้านหลังเดียวกันล่ะ

แล้วคุณหนุ่ยตอบยังไงคะ
                ผมตอบจริงๆ นะ ผมก็ไม่ได้อธิบายอะไรให้เขาฟัง ผมบอกเขาว่า พ่อก็ไม่ชอบเหมือนกัน พ่อก็รู้สึกอย่างที่กายเป็น คือ จริงๆ ผมก็ไม่มีกำลังที่จะอธิบายอะไรเหมือนกัน ผมสะอึกพอสมควรที่ลูกพูดเรื่องนี้ คือผมก็ไม่เคยมีลูก เขาเป็นลูกคนแรก คนเดียวของผม เพราะฉะนั้นเวลาเขาพูดอะไรออกมา มันมีอิทธิพลมากในการดำรงชีวิตประจำวันของผม เป็นไปได้ก็จะให้เขาเพลินๆ กับเกม กับสกี กับดำน้ำไป เพื่อไม่ให้เขามาคิดถึงเรื่องอะไรนี้อีก เพราะจริงๆ เขายังมีทั้งคู่อยู่ อันนี้ไม่ใช่ผมเลี่ยงนะ แต่ผมก็ยังไม่มีเหตุผลตอบเขา...กาย เพราะว่าพ่อมีผู้หญิงใหม่ แม่มีแฟนใหม่ มันก็ไม่ใช่เรื่องพวกนี้ไง แล้วผมก็ยังไม่ได้ตัดสินใจในการมีผู้หญิงมาร่วมชีวิตใหม่ หรือถ้ามีก็ไม่ใช่วันนี้

ทางออกแบบนี้เป็นความยินยอมพร้อมใจกับทั้งสองฝ่ายหรือเปล่าคะ
                คือผมเคยท้วงเขาว่าควรจะคิดด้วยวิธีใหม่หรือเปล่า โอ.เค. สิ่งที่ผมทำไปแล้วคุณรู้สึกว่ามันรับไม่ได้ หรือรุนแรงเกินไปแบบนี้ ผมพร้อมที่ปรับหรือเปลี่ยนแปลงมัน แต่ผมคิดว่าเขาคงทนไม่ได้ แล้วที่ผมท้วงก็เพราะผมเริ่มรู้สึกเรื่องลูกนั่นละ ผมไม่อยากให้เขา...คือผมว่ามันแย่แน่เลย เพราะผมครบน่ะ ครอบครัวผมเป็นครอบครัวเล็กๆ แต่ครบ เวลาผมป่วย นอนโรงพยาบาล เงยหน้าขึ้นมานี่ครบน่ะ พ่อแม่ พี่สาว อา น้า ครอบ ผมรู้สึกว่ามันคงไม่ดีแน่เลยถ้าไม่ครบ เลยรู้สึกไม่อยากให้มันเป็นแบบนั้นเลย ไม่อยากมากๆ
                แรกๆ ผมก็ปล่อยให้สถานการณ์คลี่คลายด้วยเวลา ผมเชื่อว่านานเข้าเราคงคิดและวิเคราะห์ แล้วก็มีความมั่นใจในเรื่องใดเรื่องหนึ่งมากขึ้นเรื่อยๆ แต่ทางแม่น้องกายเป็นฝ่ายรุก เป็นฝ่ายเอาทนายมาจดทะเบียนหย่ากับผม ซึ่งผมก็เป็นลูกผู้ชายมีศักดิ์ศรีในระดับหนึ่ง เมื่อคุณทำแบบนี้ก็เอาซี แต่ก็อาจจะเป็นเพราะผมไปทำอะไรที่เขาทนไม่ได้จริงๆ เขาเลยต้องหาทนายมาเพื่อให้มันจบสิ้นไปจริงๆ
                ก็...ไม่ใช่เรื่องเล็กน่ะครับ แต่เมื่อเปรียบเทียบกับสิ่งที่มันเป็นอยู่ปัจจุบันนี้ เรื่องนี้มันใหญ่กว่าเยอะมาก ทุกวันนี้ผมอยู่กับสภาพแวดล้อมซึ่งสร้างร่วมกันมา ผมเหมือนเป็นปู่โสมเฝ้าทรัพย์ ผมไม่มีความสุขเลยในการอยู่คนเดียว คือผมไม่มีความสุขนี่ไม่ใช่แปลว่า อ้าว แล้วตอนอยู่ด้วยกันทำไมไม่รู้จักสร้างความสุข คือตอนอยู่ด้วยกันผมก็ไม่ได้อยู่เฉยๆนะ ผมไม่เคยหยุดทำงาน ผมเป็นคนรักงาน ผมทำตลอด ในวันที่ผมไม่มีคู่นี้อยู่ในบ้าน กลายเป็นว่างานก็ไม่ค่อยได้ทำด้วย เวลาว่างก็เพิ่มมากขึ้น เวลาว่างที่นะอยู่กับตัวคนเดียวก็ยิ่งมากขึ้น ก็ยิ่งรู้สึกซับซ้อนมากขึ้น เอ๊ะ ทำไมถึงไม่มีล่ะ ทำไมถึงไม่รู้จักจะรักษามันไว้

ชีวิตคุณหนุ่ยเหมือนเดิมไหมคะ
                ไม่ค่อย จากเคยเที่ยว เคยสังสรรค์กับเพื่อนบ้าง ก็ไม่มีเลย หยุดเลย เพราะรู้สึกว่าไม่มีแรงจะทำอะไรแบบนนั้น ข้างในผมเศร้าจะตาย จะไปดื่มเหล้าเฮฮาอยู่ตามทอรัสได้เหรอ คุณคิดว่าทำได้เหรอ ผมคิดว่าผมทำไม่ได้ ผมไม่สามารถจะปลอมตัวเองได้ขนาดนั้น เป็นแบบไหนคงเป็นแบบนั้น ก็ไม่ได้รู้สึกตกนรกหมกไหม้อะไร รู้สึกว่า เออ ถ้าไม่มีแรงก็พักผ่อนอยู่ที่บ้านดีกว่า อย่างน้อยที่บ้านก็ยังเป็นพื้นที่ส่วนตัว มีต้นไม้ที่เราชอบ มีนกที่เราเลี้ยง มีหมาที่เราเลี้ยงอยู่ โอ.เค. ชีวิตก็ยังต้องมีอะไรที่ดำเนินต่อ แต่ไม่ใช่ใช้เหล้ากลบ ผมไม่ใช้วิธีแบบนี้ ไม่แน่นอน

นึกถึงคนใหม่ไหมคะ
                คนที่เขาชอบผมอยู่ก็มีนะครับ แต่...อย่ามาบาปกรรมกันอีกเลย ถ้าผมไปรักเขาจริงๆ อีก ก็เหมือนการสร้างเรื่องเก่าอีก แล้วถ้ามันพลาดขึ้นมาอีก ผมคงไม่มีแรงแล้วนะทีนี้ ตายคาเรื่องแน่เลย ผมไม่มีแรงแน่เลยคราวต่อไป ผมขอใช้เวลาที่เหลือในปัจจุบันกับลูกดีกว่า ปรับจูนอะไรที่เรารู้สึกเราไม่มี ปรับจูนเพิ่มขึ้น ให้เขามากขึ้นๆๆ เพื่อให้มันดีกว่า

เมื่อก่อนรู้สึกว่าไม่ใกล้ชิดกับลูกหรือคะ
                รู้สึกว่าให้เขาน้อยกว่าที่ควรจะเป็น อย่างเช่น ไม่ได้นอนหลับด้วยกันตลอดเวลา ช่าเขาจะกล่อมลูกนอนตลอด บางวันน่าจะเป็นพ่อบ้าง ทำไมถึงไม่มี แต่ผมก็ไม่ค่อยโรแมนติก ไม่ค่อยอ่อนหวาน ไม่ใช่คนเอาใจ ผมจะไม่ใช่คนแบบนั้นเลย  ซึ่งจริงๆ แล้วบางทีมันต้องเป็นบ้าง มันต้องแชร์ออกมาบ้าง เพื่อคนอื่น จริงๆ เราอาจจะไม่ได้คิดเลย  คิดว่า...เอา ก็ไม่เป็นไรนี่ เราพ่อลูกอยู่บ้านเดียวกันอยู่แล้ว แต่จริงๆ บางทีเราอาจต้องแชร์ออกมาเพื่อความรู้สึกของคนอื่น ลูกอาจต้องการให้พ่อกอดหลับไปเลยวันนี้ พ่อก็จะไม่ อยู่ในสตูดิโอ ทำอะไรบางอย่างตลอดเวลา ตีสามก็ตีสาม ถ้ายังคิดจะทำอยู่ ตีห้าก็ยังทำอยู่ บางทีมันเหมือนกับการสร้างประสบการณ์ ว่าต้องมี ถ้าไม่มี บางทีคุณอาจจะต้องสูญเสียอะไรไปโดยที่ไม่ได้กลับคืนมาแล้ว นี่ผมก็ถือว่ายังไม่ได้สูญเสีย ขาดไปเลย ลูกก็ยังอยู่กับผม ศุกร์ เสาร์ อาทิตย์ เขาก็ยังอยู่กับผม แต่เห็นไหม...เจ็ดวันเหลือแค่สามวันเอง แทนที่จะได้เจ็ดวันก็เหลือสามวัน

เวลาอยู่กับลูกชาย พ่อลูกคุยอะไรกันบ้างคะ
                ถ้าเอาล่าสุด ส่วนใหญ่เขาจะสนใจเรื่องที่ผมทำอยู่แทบทุกเรื่อง เขาจำชื่อผู้กำกับได้ ลุงปื๊ดเป็นยังไง หายหรือยัง ที่มีข่าวเรื่องรถคว่ำไงครับ พ่อยิงปืนด้วยเหรอ แล้วพ่อยิงคนอื่นหรือเปล่า ปืนใช้ลูกกระสุนแบบไหน คือผมจะเล่าให้เขาฟัง ตอนนี้พ่อถ่ายหนังอยู่นะ อะไรต่างๆ

น้องกายซนไหมคะ
                เขาจะสงสัยแล้วก็เทสต์ด้วยตัวเองเกือบทุกเรื่อง น้องกายเขาขับรถได้นะฮะ ผมซื้อรถคันเล็กๆ ให้เขาขับ คือเป็นรถที่ใช้ในสนามกอล์ฟ ต้องใส่เกียร์ ต้องเหยียบคันเร่ง ต้องเหยียบเบรก เหมือนรถทั่วไปเลย มอเตอร์ไซค์ก็เหมือนกัน ผมเอารถขึ้นเกาะกันเลย น้องกายกับเพื่อนเขาสองสามคน ไปกันเลย ผมอยู่ข้างหลัง ผมก็มอเตอร์ไซค์เหมือนกัน ตามเขา คือ กิจกรรมเขากับผมนี่ ผู้ชายแท้จริงเลย

ให้ลูกเล่นกีฬาเหล่านี้ ห่วงอุบัติเหตุไหมคะ
                มีล้ม แต่เราไม่เคยปล่อยให้เค้าเล่นลำพัง เวลาเล่นต้องมีผู้ใหญ่

ห่วงไหมคะว่าเขาจะคะนองไปเล่นเองโดยไม่มีเรา
                ไม่ครับ เพราะไม่เคยที่เขาจะอยู่โดยไม่อยู่ในสายตาผู้ใหญ่ ถ้าไม่อยู่ในสายตาผม ก็อยู่ในสายตาคุณย่า รับรองได้ว่าเขาไม่มีทางอยู่ตามลำพัง แล้วผมคิดว่าเขาต้องได้ผมบ้าง เพราะเขาลูกผม คือผมไม่ได้ยัดเยียดด้วยนะครับ แต่ผมจะทำบ่อยจนเขารู้สึกว่า ลองดูซี จนเขาชอบไปเอง มอเตอร์ไซค์นี่ไม่ต้องพูดกันแล้ว ถึงสวนถึงไร่นี่กระจายไปทันที
                เวลาไปเสม็ด ผมไม่ได้ไปถึงเกาะแล้วค่อยเล่นนะ ผมลงจากริมหาดบนฝั่งแผ่นดินเลย สกีลง พร้อมแล้วคนละลำ จากหาดไปเกาะเสม็ดเลย เขาทำได้น่ะ
                กายนี่เวลาดำน้ำเขาจะชอบมาก เวลาดำน้ำนี่เราพูดกันไม่ได้ เขาจะหันมาส่งสัญญาณมือกับผม เพราะเวลาดำน้ำ ถ้าเงยหน้ามาทีต้องไล่น้ำ ต้องพ่นน้ำทิ้ง มันจะยุ่งไปหมด เพราะฉะนั้นเขาจะไม่ค่อยยอมขึ้น ดำวันหนึ่ง 5 ชั่วโมงน่ะ อย่างนั้นเลย งวดที่กลับมาแล้วไหม้ จนช่าเอาเรื่องผมน่ะ ว่าทำไมปล่อยลูก โธ่ ผมทาครีมหมดเป็นหลอดๆ แล้วนะ แต่น้ำเค็มน่ะ สักครู่มันก็จะหลุดหมด แล้วผมผู้ชาย ผมก็จะไม่ค่อยคอสเมติกกันมาก ทีสองทีก็พอ ขึ้นมาบนฝั่งทานข้าว อ้าว ทาอีกรอบ ไม่ใช่ หลุดแล้วทาอีก ว่ายน้ำกลับฝั่งเพื่อทาครีมนี่ มันไม่ใช่แล้วไง
                เขาลุยจนช่าเขาค่อนข้างกลัวเวลาลูกไปกับผม เขามักจะต้องดูให้ดีนะ ต้องระวังหน่อยนะ โธ่ เรารักลูกไม่น้อยไปกว่ากันหรอก
                บางวีคเขาเอาลูกไปพักผ่อน ผมก็ไปพักผ่อนคนเดียว ขับสกีไปอ่าวพร้าว เที่ยงพอดี ไปกินกลางวัน ลูกชายก็วิ่งมาพอดี เรียกพ่อ ผมตกใจเลย อ้าว ลูกเรานี่ ปารกฏว่าช่าเขาก็รักทะเลเหมือนกัน

เคยได้ยินว่าน้องกายกลัวพ่อ แสดงว่าพ่อดุซีคะ
                ช่าไม่ค่อยตีลูกน่ะฮะ ส่วนผมตีเลย แต่ไม่ได้ใช้ไม้ใช้อะไร ใช้มือนั่นละตี ผมคิดว่าเขาต้องกลัวใครคนใดคนหนึ่งแน่ แล้วผมถูกเลี้ยงมาก็ถูกตี รักวัวให้ผูก รักลูกให้ตี ผมว่ามันคงใช้ได้ แต่ก็ไม่ใช่เรื่องเอาอารมณ์เสียไปลงกับลูก นี่ไม่ใช่แน่ เพราะผมรักลูกมาก ผมไม่ทำอะไรแบบนั้นแน่
                ผมจะทำโทษเวลาที่เขาทำการบ้านแล้วเหยาะแหยะ ทำๆ อยู่ขอดูทีวีก่อนได้ไหม ผมจะไม่ยอม ในขณะที่ช่าจะเป็นอีกแนว เอาซี เครียดก็พักก่อนแป๊บนึง ดูทีวี แต่ผมไม่ได้ อยากดูทีวีใช่ไหม ยูต้องทำการบ้านให้เสร็จ แล้วยูก็ดูทีวี อาจจะวิธีไม่เหมือนกัน ลูกอาจจะไม่ชอบผมด้วยวิธีนี้ แม่อาจจะซอฟท์กว่า รักแม่มาก กอดรัดแม่ตลอด กับพ่อ พ่อไม่หวาน พ่อดุ แต่เขาไม่เกลียดผมแน่นอน แต่แน่นอนว่าเขาจะกลัวผมมากกว่าช่า เกือบทุกเรื่อง เล่นสกีด้วยกัน จากแค่เกาะสกี จนเดี๋ยวนี้ขับสกีคนเดียวข้ามเกาะ คือ เขาเป็นเด็กผู้ชาย ในเชิงของผม ผมต้องการให้เขาแข็งแรง กล้า กล้าที่จะสู้กับอะไรรอบๆ ข้าง ในขณะที่ช่าจะรักลูกแบบแม่จริงๆ อะไรที่อันตราย ลูกห้ามไปใกล้ ไปจับ ซึ่งก็ไม่ผิด เพราะเทียบแล้วแม่ผมก็เป็นแบบนี้ แต่พ่อผมนี่...อ้อ กลัวนักหรือน้ำทะเล แบกเลย ผมนี่ดิ้นๆๆ พ่อผมโยนเลย โครม ให้ผมจมน้ำ ผลุบๆผลับๆ นี่ผมโดนแบบนี้จริงๆ ตั้งแต่เด็ก จนผมว่ายน้ำเป็น นี่คือวิธีของพ่อผม

คุณหนุ่ยสอนลูกแบบนี้ด้วยหรือคะ
                ก็อาจจะไม่โหดเท่ากับพ่อผม (หัวเราะ) แต่ผมรู้สึกว่า ยูจะกลัวทำไมสกี เห็นเสื้อที่ใส่ไหม เสื้อนี่มันทำให้เราลอยน้ำ เขาก็ยังไม่เช่าสิ่งที่ผมพูด เพราะฉะนั้นไปด้วยกัน ขับไปด้วยกัน จนเดี๋ยวนี้เขาไม่กลัวแล้ว

แล้วน้องกายเขารับได้ไหมคะกับวิธีที่คุณหนุ่ยสอน
                รับได้ฮะ เพราะผมไม่ได้ให้เขาเล่นคนเดียว ผมเคยเล่นบานานาโบ๊ตกัน มีแม่ผม พ่อผม พ่อเป็นคนขับเรืออยู่ แล้วทุกคนก็นั่งอยู่บนกล้วย ลากไป บานานาโบ๊ตมันจะสนุกตอนคว่ำไง ผมก็เลี้ยวให้มันคว่ำ พอคว่ำปุ๊บ สำหรับคนโตก็จะเฮ้ แต่เด็กนี่คือเค้ากลัว แต่อีก 2 – 3 ครั้งยูจะเลิกกลัวมันแล้ว ไม่เห็นเป็นอะไร ตกตูมก็ลอยอยู่ดี เพราะมีชูชีพอยู่ ไอเดียของผมคือ ยูต้องรู้ว่าคว่ำแล้วมันไม่ตาย ตั้งเรือซะ แล้วปีนขึ้นมาใหม่ นั่งใหม่ แต่ช่าเขาจะโกรธมาก หยุดเดี๋ยวนี้นะ อุ้มลูกขึ้นสกีแล้วขับกลับเลย มันจะเป็นคนละวิธี คือแทนที่ช่าจะปล่อยให้ผมใช้วิธีของผม ก็กลายเป็นสั่งสม พี่หนุ่ยน่ะแกล้งลูก หนูรักลูก อย่ามาแกล้งลูกนะ แล้วอุ้มกลับเลย นี่คือยกตัวอย่าง ถ้าหลายๆ อันประกอบกัน มันเป็นการสั่งสม สิ่งเหล่านี้อาจทำให้เขาเริ่มรู้สึกว่ามันไม่เหมาะ เขาคงไม่อยากได้อย่างผมเป็นสามีคอยดูแลเขา

หลังจากเกิดเรื่องแล้ว ใจก็เศร้า แล้วทำงานได้หรือคะ
                นี่เป็นวิธีหนึ่งที่ทำให้ผมไม่ตึงจนเกินไปนัก ถ้าไม่ลุกขึ้นมาทำอะไรเลย ก็จะจม จะคิดอยู่อย่างเดียว ซึ่งทุกๆ คนทักหมด พ่อก็ทัก แม่ก็ทัก พี่ก็ทัก เพื่อนก็ทัก ทำไมถึงเก็บตัวเหลือเกินล่ะ ทำไมถึงตึงเหลือเกิน ผ่อนๆ มันบ้าง คลายมันบ้าง ผมก็มีวิธี การทำงานที่ดีต้องใช้สมาธิสูงมาก ใช้สมาธิทำงาน ทำการบ้าน ทำงาน ทำการบ้าน มันจะลืม เลิกงานปุ๊บ เหนื่อย หลับ ตื่นมาปุ๊บไม่ทันแล้ว ผมจะไม่ว่างที่จะกลับมาทบทวนมัน ทบทวนมันอยู่นั่นละ ทบทวนไปถึงจุดเดิมแล้วก็รีไวนด์กลับมาใหม่ ทบทวนกลับมาใหม่อีก แล้วก็ไปหยุดที่เดิมอยู่ดี ซึ่งเราก็ไม่ยอมเชื่อจุดเดิมอยู่ดี เอ้า รีไวนด์กลับไปอีก มันเหมือนย้ำคิดย้ำทำ แล้วมันทำให้สุขภาพร่างกายทรุดโทรมลงไปด้วย คือผมเป็นคนคิดแล้วไม่หิว ไม่นอน ไม่หลับ มันจะเป็นอยู่อย่างนี้

ไม่ใช้เหล้านะคะ
                ผมเคยใช้เหล้า แต่มันไม่ได้ผล เคยดื่มจัดๆ เพื่อให้ลืม นอกจากจะไม่ลืม มันยังอ้วกแตก โอ๊ย แย่ไปเลยน่ะ เลยคิดว่าไม่ใช้วิธีนี้ดีกว่า วิธีที่ดีที่สุดของผมคือ การได้ไปดำน้ำในทะเลกว้างๆ ยิ่งมีลูกไปด้วยยิ่งเดอะเบสท์เลย หรือเล่นสกี อยู่กับต้นไม้ ดูแลต้นไม้ ผมรู้สึกว่าผมสดชื่นดี แต่แหม...ผมจะอยู่กับต้นไม้ทุกวันเลยคงเป็นไปไม่ได้ บางวันเริ่มรู้สึกเซ็ง ก็เปลี่ยนไปทะเล บางวันก็ โอ้โห เซ็งทะเลแล้ว เปลี่ยนไปต้นไม้ แต่ไม่มีทางที่ผมจะกลับไปกลับมาอยู่แค่สองอันนี้ได้ตลอดเวลา เพราะผมอายุ 35 บางคนอายุ 60 แล้วยังไม่หยุดเลย ยังมีไฟ มีสิ่งดึงดูดที่ทำให้เขารู้สึกว่ามีอะไรที่ต้องทำอีก เหมือนกัน การที่ผมมาแสดงภาพยนตร์ ผมอยากให้ผมมีแรงบันดาลใจ มีแรงกระตุ้นในชีวิตตนเองอีกว่า มันมีอะไรที่ต้องทำอีกเยอะนะ นอกจากการนั่งเศร้าคิดอะไรอยู่ในบ้าน นั่นไม่ใช่มุมที่ดีที่สุด ดูกระจกทีไร รู้สึกว่าตัวเองแย่ลงทุกทีเลย กลับสู่ความจริงแล้วทำอะไรได้บ้าง ทำเรื่องนั้นล่ะ ทำไปๆ ดีกว่าอยู่อย่างไร้ค่าไปเรื่อยๆ รู้สึกว่าอยู่เฉยๆ แล้วไม่ได้ทำอะไรเลย มันจะดูเป็นสิ่งที่ไร้ค่ามาก

คุณหนุ่ยหายไปกี่ปีคะ ถึงกลับมารับงานครั้งนี้อีก
                เทปชุดสุดท้ายนี่คงสักสามปีกว่าได้มั้งครับ

ทำไมตอนนั้นถึงเลิกร้องเพลงไปล่ะคะ
                คือผมหมดคอนแท็คกับบริษัทแกรมมี่ แล้วลูกพี่ก็เสียชีวิตไปด้วย คือพอพี่เต๋อเสียชีวิตไป ก็เหมือนกับว่าคนที่เคยปรึกษาเรื่องงานตลอดก็หมดไปด้วย ก็เลยลองหยุดเพื่อจะคิดทำอะไรส่วนตัวดู

ไม่สนุกกับการร้องเพลงแล้วหรือคะ
                อืม...เป็นการรักษางานในระดับมาตรฐานให้มันได้แบบเดิมมากกว่า ซึ่งมันจะเหนื่อยกว่าการทำงานอะไรที่สนุกสนานเฮฮา มีแรงดึงดูดเสมอ ความอยากมันจะผิดกัน ในยุคที่หายไปเลยนี่มันคล้ายๆ กับว่า ถ้าทำไม่ได้ดีเท่าเดิม ไม่ควรทำแล้วนะ ถ้าทำแล้วไม่รู้สึกตั้งใจ หรือไม่รู้สึกชื่นชอบมันเหมือนเดิม ก็ไม่ควรทำ มันเหมือนกับต้นคนฟัง

รู้สึกขนาดนั้นเลยหรือคะ
                เพราะก็ไม่ได้เขียนเองมาตลอด เพลงที่ร้องนี่เป็นพวกอาจารย์เขียนทั้งนั้นเลย ระดับพี่สีฟ้า ระดับพี่ดี้ ซึ่งเขาเป็นระดับอาจารย์ เพราะฉะนั้นการที่จะทำงานสักครั้งโดยที่ไม่ใช่พวกพี่เขาทำแล้ว ก็ควรจะต้องคิดอะไรอย่างที่ตัวเองต้องการจริงๆ แล้ว
                อายุผมก็เพิ่มขึ้น แล้วก็เริ่มรู้สึกเหนื่อยกับงาน เพราะยุคนั้นที่เป็นไมโครนี่ ปีหนึ่งไม่ได้อยู่กรุงเทพฯเลย เพราะมีเทปมันก็ต้องโปรโมท โปรโมทแล้วมันก็ต้องมีการแสดงโชว์ มันก็ต้องไปทั่วไปหมด แต่ยุคสมัยก็เปลี่ยนน่ะฮะ วัยเราก็เปลี่ยน เราทำแบเดิมทั้งหมดคงเป็นไปไม่ได้ มันเหนื่อยเกิน

เล่าให้ฟังบ้างได้ไหมคะว่า หลังจากเลิกออกเทปแล้วคุณหนุ่ยไปทำอะไร
                ส่วนใหญ่จะอยู่ต่างจังหวัด

เห็นว่าไปทำสวน
                ฮะ ทำสวนทุเรียน สวนมังคุด แล้วก็กำลังทดสอบลองกองอยู่

ดูแลเองหรือคะ
                ดูเอง แต่ไม่ถึงขนาดล้วงลึกนะฮะ ไม่ถึงกับลงไปดายหญ้าเอง ดูเรื่องปุ๋ย เรื่องยาฆ่าแมลง ว่าต้องเปลี่ยนไหม บางทีเราใช้ยาฆ่าแมลงบางประเภทไปแล้ว เราต้องเปลี่ยนบางสูตรเพื่อให้ต้นไม้ปรับได้ด้วย ใช้ย้ำๆๆ นี่ ต้นไม้ทนไม่ได้หรอก หรือบางทีคน น่ะจะทนไม่ได้ มีการใช้ต้นหญ้าหรือวัชพืชบางประเภทป้องกันแมลงก็มี แต่ผมชอบอยู่แล้ว ต้นไม้นี่ผมไม่ปฏิเสธมันอยู่แล้ว แต่ก็ไม่ใช่อยู่สวนทุกวันนะฮะ ส่วนใหญ่จะออกไปตามริมหาดมากกว่า เล่นสกี ดำน้ำ ตกปลา
                ชีวิตไม่ค่อยวุ่นวายเท่าไหร่ ค่อนข้างไม่มีแรงกดดัน ทุกอย่างเป็นธรรมชาติ ซึ่งมันเป็นมานานแล้ว ต้นไม้นี่ไม่ใช่เพิ่งปลูกเมื่อวาน แล้ววิถีทางการทำสวนทำไร่ก็ไม่ใช่ว่าผมเป็นผู้ก่อตั้งมัน คุณพ่อคุณแม่ทำอยู่แล้ว เวลาผมกลับไปดู กลับไปช่วยนี่ ผมก็รู้สึกว่าดี เพราะได้ช่วยงานที่ผมก็รักอยู่แล้ว

ฟังดูมีความสุขดีนี่คะ
                แต่จนหน่อยฮะ (หัวเราะ) เพราะรายได้มันจะไม่เหมือนกับการทำงานเป็นนักแสดงหรือนักร้อง ถ้าเป็นนักร้อง รายได้มันจะค่อนข้างดีกว่าปกติ หรือเป็นนักแสดง รายได้ก็เป็นกอบเป็นกำ แต่อยู่ต่างจังหวัด เรื่องไร่เรื่องสวนนี่ ปีหนึ่งเก็บผลผลิตครั้งเดียว รายได้มันจะไม่สะพัดมาก แต่ก็โอ.เค. พอที่จะอยู่ได้

เรื่องดนตรีนี่ คุณหนุ่ยคิดจะเลิกเลยหรือเปล่าคะ
                จริงก็ทำอยู่ตลอดน่ะฮะ แต่เนื่องจากผมไม่ได้มีความสามารถอะไรเยอะ คิดอะไรได้แค่ไหนก็แค่นั้น ตอนนี้ก็ทำอยู่ แต่ทำอยู่กับบ้านเท่านั้น ไม่ได้ออกไปเป็นค่ายใหญ่

คิดจะทำแบบเทปอินดี้หรือเปล่าคะ
สำหรับอำพลนี่คงเป็นอินดี้ไม่ได้ เพราะคนรู้จักแล้ว จริงๆ ผมอิจฉาพวกอินดี้จะตาย คือเป็นใครก็ได้ ทำเพลงออกมาอย่างที่ตัวเองอยากร้อง นี่คืออินดี้ แล้วไม่จำเป็นต้องมีมิวสิควิดีโออาทิตย์ละ 15 ชั่วโมง ไม่ต้อง คือผมรู้สึกชื่นชอบในแนวนี้ แต่ความเป็นผมนี่ คนรู้จักเสียจนเป็นอินดี้ไม่ได้ ผมก็พยายามจะเสนองานที่ตัวเองคิดได้ ซึ่งผมก็คิดได้น้อยมาก จริงๆ เพราะผมไม่ได้เก่งมากจากไหน ทำอยู่บ้านก็ช้ามาก

ทำดนตรีเอง เขียนเนื้อร้องเอง
                ใช่ครับ แต่ก็คงไม่ใช่ทั้งหมด อย่างภาคของการอัดเสียงก็คงต้องใช้เพื่อนๆ ที่มีฝีมือจริงๆ มาอัด แต่เรื่องของไอเดีย เมโลดี้ หรือเรื่องราวที่นำเสนอ ต้องคิดเองฮะ ถ้าไม่คิดเอง มันจะเป็นตัวเราได้ยังไงล่ะฮะ

มีอะไรพอที่จะเล่าสู่กันฟังได้แล้วบ้างไหมคะ
                ยังไม่เป็นตัวเป็นชิ้นเลยฮะ แต่คิดว่าคงได้ฟังกันแน่

จะนำเสนออะไรคะ
                รักโลภโกรธหลงน่ะฮะ เป็นมนุษย์จริงๆ คงเป็นเรื่องแถวๆ นี้ละ อย่างเรื่องข้าวยากหมากแพงอะไรนี่ ผมก็ไม่ใช่หน่วยนั้น คือคงไม่คิดไปถึงหน่วยนั้นแน่ มีคนทำหน่วยนั้นอย่างแข็งแรงอยู่แล้ว มีพี่ๆ ซึ่งนับถือหลายคนที่เขาทำตรงนั้นได้ดีอยู่แล้ว ของผมคงเป็นเรื่องรักโลภโกรธหลง

ยังคงเป็นร็อคไหมคะ
                ดนตรียังคงเป็นร็อคฮะ แต่คงไม่ถล่มทลาย เสียงดัง เพราะร็อคแบบที่เป็นซอฟท์มันก็มี ร็อคในความเข้าใจของผมคือ การสื่อสารด้วยเนื้อหาแบบตรงๆ คือไม่เจ้าเปรียบเทียบ ไม่เป็นปรัชญามาก คือผมไม่โปรเกรสซีฟ ร็อคแอนด์โรลคือการสื่อสารในแบบที่ตรงๆ แต่โอ.เค. เรื่องรสนิยมด้านเสียงนี่ ผมอายุ 35 แล้ว ผมไม่ชอบอะไรที่มันอึกทึกมากๆ คือมันเปลี่ยนด้วยความรู้สึกของตัวเอง ทุกวันนี้ผมฟังเพลงแบบ 105 สมู้ธเรดิโอ มันเป็นอีกแบบหนึ่งแล้วมี เขาก็บอก นี่ไง คลาสสิกร็อค แล้วก็เปิดเป็นซอฟท์ร็อค ดีๆ เขาก็เปิด ไม่จำเป็นต้องเป็นร็อคตึงๆๆ ถล่มทลายด้วยเสียง มันก็เป็นยุค เป็นสไตล์ด้วย ตอนวัยรุ่น ใครล่ะจะมาชอบคุณสุเทพ วงศ์กำแหง ไม่มีหรอก

เขียนไปได้หลายเพลงหรือยังคะ
                2 – 3 เพลงครับ แต่มันยังไม่ดีเลยน่ะ เห็นพี่ๆ บอกว่ามันยังใช้ไม่ได้ (หัวเราะ)

คิดจะเข้าค่ายไหนหรือยังคะ
                ไม่ได้คิดเรื่องค่ายเลยฮะ จนกว่างานจะเสร็จสมบูรณ์ ก็จะลองเดินไปขายดู ใครเขาซื้อก็ขาย

ที่ใครบอกว่าอำพลหมดไฟ ก็ไม่จริงนะคะ
                คือผมก็จะไม่ทำแบบเดิม ลุกขึ้นมาเสื้อยืดตัวหนึ่ง เอามือขวาขึ้นมา มันหมดวัยแล้วฮะ แต่ที่ผมชอบร้องชอบคิดก็ยังเป็นแบบเดิม
                เรื่องเพลงนี่ ผมคงต้องทำฮะ จริงๆ ถ้าจะพักไปเลยก็คงไม่ใช่เรื่องแปลกอะไรแล้ว แต่แบบ...เดินไปไหนก็มีคนสะกิดตลอด ยังไงล่ะ พี่หนุ่ย เทปชุดใหม่เป็นยังไง เมื่อไหร่ ถ้ามีคนอยากฟัง ผมก็จะร้อง แต่ไม่ได้ตั้งเป้าแบบที่ธุรกิจค้าเพลงเขาทำอยู่ ไม่ได้คิดแบบนั้นเลย คือไม่ใช่เวลาที่จะคิดเรื่องอย่างนั้นอีกแล้ว เรื่องอย่างนั้นเป็นเวลาของเด็กรุ่นใหม่ที่เขาไฟแรง มีกำลังกายกำลังใจเยอะมากที่จะสู้กันบนจอ

พูดเหมือนตัวเองแก่ม-า-ก  
                ผมรู้สึกอย่างนั้นนะ โอ.เค.น่ะ อายุ 35 นี่มันยังไม่ต้องใช้ไม้เท้าเดิน แต่โอ้โห...ผมทำงานเสียจนมันดูเยอะไปหมด เยอะมาก ถ้าพูดเปรียบเทียบก็เหมือนหมาล่าเนื้อ วิ่งไม่ได้หยุดเลยไง ในวันที่ผมหยุด ผมก็ขอเลือกกินในสิ่งที่ผมชอบ ถ้าผมชอบไก่ป่า ผมก็จะจับแต่ไก่ป่าเท่านั้น หรือถ้าผมเป็นนก ผมก็จะไม่จิกกินผลไม้ทุกประเภทอีกต่อไปแล้ว ถ้าผมชอบกินชมพู่ ผมก็จะบินไปหาต้นชมพู่ ป่านี้ไม่มี ก็ลองไปอีกป่าหนึ่งเพื่อหาชมพู่ทาน แต่ในยุคก่อนนี่คือ ผมจะจิกผลไม้ทุกอย่างที่อยู่บนต้น มะละกอผมก็กิน น้อยหน่าผมก็เจาะ มังคุดผมก็กิน กินไปหมด เพราะนั่นเป็นหน้าที่ของหมาล่าเนื้อ คือต้องล่าเนื้อทุกประเภท  แต่ว่ามันผ่านไปแล้ว ในชั่วโมงนี้ ถ้าไม่ได้ทำอย่างที่ตัวเองชอบ จะเอาแรงที่ไหนไปทำ

ไม่มีแรงจูงใจ
                มันจะหมดแล้วละ มันไม่มีทางหรอก ถ้าเราไม่รู้สึกรักหรือชอบจริงๆ เราจะไปทำได้ยังไง เปิดทีวีทุกวัน เราก็เห็นว่ามันเต็มไปด้วยการแข่งขันอยู่แล้ว ถามว่าตัวเองดูการแข่งขันแบบนี้แล้วรู้สึกอยากจะแข่งขันไหม ผมไม่เคยมีความรู้สึกอยากจะแข่งเลย แต่เวลาผมเปิดทีวีดูแล้วมีคนร้องเพลงเพราะๆ ที่ผมชอบ ผมจะรู้สึก โอ้โห...อยากร้องเพลงม-า-กเลย แบบนี้มากกว่า

การแสดงล่ะคะ คุณหนุ่ยก็หายไปนานเหมือนกัน
                เรื่องการแสดงมันอยู่ที่เนื้อเรื่องแล้วละ เวลาเสนอเรื่องดีๆ ก็อยากเล่น เรื่องดีๆ หมายถึงเรื่องที่ผมชอบ เหมาะต่อการสวมบทบาท ก็จะเล่น
                คือก่อนหน้านี้ผมถูกสั่งสอนให้ทำอะไรทีละชิ้นทีละอัน ทำอะไรอยู่ ร้องเพลง ร้องเพลงให้ดี ทำเพลงให้ดี แสดงคอนเสิร์ตให้ดี ก่อนหน้านี้เลยไม่ได้รับ มีงานดีๆ ตั้งเยอะน่ะ  แต่ว่าไม่มีทางกินของสองอย่างพร้อมๆ กันได้ ผมคิดว่าทำถูกแล้วที่ไม่ได้เหยียบเรือสองแคม วันใดทำอะไรอย่างหนึ่ง ก็ทำให้ดีไปเลย
               
กลับมาเล่นหนังคราวนี้ ต้องเคาะสนิมบ้างไหมคะ
                มีฮะ (ยิ้ม) เพราะแรกๆ ผมก็ยังรู้สึกไม่ค่อยมั่นใจเท่าไหร่ ปรึกษาผู้กำกับ แล้วก็ขอครูมาสอนการแสดงก่อนเลย ผมเรียนพื้นฐานการแสดง 3 อาทิตย์ก่อนเปิดกล้อง คือว่ากันใหม่ตั้งแต่ศูยน์ แล้วก็โชคดีที่ได้ครูดีด้วย ครูแพทสอนอยู่ที่ธรรมศาสตร์ ซึ่งดีมาก ครูแพทจะเริ่มจากการเคาะสนิมก่อนเลยว่า เอ้า ยูเป็นโลหะประเภทหนึ่งนะ พอสนิมมันเริ่มร่วงก็ขัดเงา ถ้าไม่ได้ครูแพทแย่เลย จริงๆ เลย ตรงนี้ต้องให้เครดิตพี่เขามากๆ
                พอถึงช่วงถ่ายทำจริงต้องให้เครดิตพี่ปื๊ด เพราะที่ปื๊ดนี่คุมคาแรคเตอร์ตลอด นิดเดียวแกก็ไม่ยอม ไม่ปล่อยผ่าน ซึ่งผมถือว่าผมโชคดีที่ได้มาทำงานโปรดักชั่นชั้นดี เราหยุดมาตั้งนานแล้ว ถ้าเริ่มใหม่จากห่วยๆ นี่เสร็จเลย นึกออกใช่ไหมฮะ หยุดไปสักสิบปี แล้วอยู่ๆ มาเริ่มหนังห่วยๆ นี่ มันกลายเป็นว่าไม่ควรกลับมาเริ่มด้วยŧ